bitkub-banner

“พ่อรวยสอนลูก” ลั่น AI จะทำให้คนรวยยิ่งรวยเข้าไปใหญ่ แนะ Bitcoin-ทองคำ คือทางรอดของคนธรรมดา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” ออกมาโพสต์บน X เตือนว่า AI จะทำให้คนที่รวยอยู่แล้วยิ่งรวยมากขึ้น เพราะเจ้าของทุนจะใช้ AI แทนที่แรงงานคน กำไรบริษัทพุ่ง แต่คนทำงานจะตกงานเป็นระลอก — ความเหลื่อมล้ำจะกว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
  • Kiyosaki ย้ำจุดยืนเดิมว่า วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังมาถึง โดย AI คือตัวเร่งที่จะทำลายตำแหน่งงาน ฉุดอสังหาริมทรัพย์ และเขย่าระบบการเงินโลก แต่สำหรับคนที่เตรียมตัว นี่คือโอกาสทองในการสร้างความมั่งคั่ง
  • แนะนำให้ถือ Bitcoin, ทองคำ และเงิน เป็นเกราะป้องกัน เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัด ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือน “เงินปลอม” ของธนาคารกลาง พร้อมคาดการณ์ Bitcoin จะพุ่งสู่ $250,000 ภายในปี 2026

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” (Rich Dad Poor Dad) ที่มียอดขายทั่วโลกกว่า 40 ล้านเล่ม ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาเน้นไปที่ผลกระทบของ AI ต่อความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยชี้ว่า AI จะทำให้คนที่ถือครองทรัพย์สินและเป็นเจ้าของทุนอยู่แล้ว ยิ่งร่ำรวยมากขึ้นไปอีก ในขณะที่คนทำงานกินเงินเดือนจะเผชิญกับคลื่นการเลิกจ้างครั้งใหญ่ ข้อความนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เขาเตือนมาตลอดช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 ว่า “วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” กำลังคืบคลานเข้ามา

ทำไม AI ถึงทำให้คนรวยยิ่งรวย?

ตรรกะของ Kiyosaki ค่อนข้างตรงไปตรงมา — เมื่อบริษัทต่าง ๆ สามารถใช้ AI ทำงานแทนพนักงานได้ ต้นทุนแรงงานจะลดลงมหาศาล กำไรจะพุ่งสูงขึ้น และผลตอบแทนเหล่านั้นจะไหลเข้ากระเป๋าของเจ้าของบริษัทและผู้ถือหุ้น ไม่ใช่ลูกจ้าง มุมมองนี้สอดคล้องกับที่ Geoffrey Hinton บิดาแห่ง AI เคยเตือนไว้กับ Financial Times ว่า “คนรวยจะนำ AI มาใช้แทนที่แรงงานคน ทำกำไรพุ่ง แต่คนส่วนใหญ่จะจนลง” รวมถึง Jeff Park ที่ปรึกษาจาก Bitwise ที่ระบุว่า “ในยุคที่ AI กดมูลค่าแรงงานจนแทบไม่เหลือ การถือครองทรัพย์สินจะมีอำนาจชี้ชะตาความร่ำรวยมากกว่าการลงแรงทำงาน”

สิ่งที่ Kiyosaki เสริมจากมุมมองของเขาคือ — วิกฤตนี้จะมาพร้อมกับการที่ธนาคารกลาง “พิมพ์เงินปลอม” เพิ่มเข้าสู่ระบบ ทำให้ค่าเงิน fiat ด้อยค่าลง คนที่ถือเงินสดหรือพึ่งพารายได้จากเงินเดือนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ขณะที่คนที่ถือสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดอย่าง Bitcoin ทองคำ และเงิน จะเป็นผู้ชนะ

คริปโตคือทางออก? Kiyosaki ยังคงเดิมพันกับ Bitcoin

Kiyosaki ยืนยันจุดยืนที่เขาพูดมาตลอดว่าเขาจะไม่หยุดซื้อ Bitcoin แม้ราคาจะร่วงลงมาจาก ATH $126,000 สู่ระดับ ~$68,000 ในปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาเปิดเผยว่าได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1 BTC ที่ราคา $67,000 พร้อมให้เหตุผล 2 ข้อ ข้อแรกคือเขาเชื่อว่า Fed จะต้อง “เปิดเครื่องพิมพ์เงิน” เมื่อหนี้สหรัฐฯ ทำลายค่าเงินดอลลาร์ และข้อที่สองคือ Bitcoin มี supply จำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งใกล้ถูกขุดหมดแล้ว

เป้าหมายราคาของเขายังคงอยู่ที่ Bitcoin $250,000, ทองคำ $27,000 ต่อออนซ์ และเงิน $100+ ภายในปี 2026 แม้นักวิจารณ์จะแซวว่า Kiyosaki ทำนายวิกฤตถูก “40 ครั้ง จากวิกฤตจริงแค่ 4 ครั้ง” แต่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน


ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ Kiyosaki พูดเรื่อง AI ทำให้คนรวยยิ่งรวยนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง — ข้อมูลจากหลายแหล่งยืนยันว่า AI กำลังเร่งการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง ปี 2025 มีมหาเศรษฐีใหม่จาก AI กว่า 50 รายในปีเดียว ขณะที่ตำแหน่งงานหลายล้านตำแหน่งกำลังถูกคุกคาม คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่า “AI จะทำให้คนรวยขึ้นไหม” แต่คือ “คุณจะอยู่ฝั่งไหนเมื่อมันเกิดขึ้น?” สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่ต้องจับตาคือ — หาก AI ทำลายตำแหน่งงานจริงในวงกว้าง ธนาคารกลางอาจถูกบีบให้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบมากขึ้นเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และนั่นคือสภาพแวดล้อมที่ Bitcoin เคยทำผลงานได้ดีที่สุดทุกครั้งในประวัติศาสตร์

ที่มา: X