bitkub-banner

ซาอุฯ ประกาศพร้อมร่วมรบกับสหรัฐฯ ต้านอิหร่าน หวั่นสงครามตะวันออกกลางลุกลาม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ซาอุดิอาระเบียประกาศอย่างเป็นทางการว่าพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ ในทุกรูปแบบเพื่อต่อต้านอิหร่าน หลังเกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากฝ่ายอิหร่าน
  • ซาอุฯ ยังประกาศความสามัคคีเต็มที่กับ UAE, บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต และจอร์แดน ซึ่งหมายความว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เกือบทั้งหมดในภูมิภาคเข้าร่วมแนวร่วมต่อต้านอิหร่านแล้ว
  • ต้องจับตาผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดการเงินโลก รวมถึงตลาดคริปโต ซึ่งอาจเผชิญแรงขายรุนแรงจากความเสี่ยงสงครามระดับภูมิภาค

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ซาอุดิอาระเบียประกาศเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับสหรัฐฯ ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ นักลงทุนทั่วโลกจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหนีเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งคริปโตมีแนวโน้มได้รับผลกระทบหนักในช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวแบบนี้

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย ซาอุดิอาระเบียได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าพร้อมเข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกา “ในทุกรูปแบบ” ในปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ตามรายงานจาก Bull Theory และ Ash Crypto ที่รายงานข่าวนี้พร้อมกัน การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค และซาอุฯ ยังได้ประกาศความสามัคคีอย่างเต็มที่กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต และจอร์แดน ซึ่งถือเป็นการรวมตัวของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียเป็นแนวร่วมต่อต้านอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

สงครามตะวันออกกลางขยายวงกว้าง ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเข้าแนวร่วมเกือบหมดแล้ว

การประกาศของซาอุดิอาระเบียครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะซาอุฯ ไม่ได้เป็นแค่ประเทศในภูมิภาค แต่คือผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแกนนำของกลุ่ม OPEC การที่ซาอุฯ เลือกข้างอย่างชัดเจนกับสหรัฐฯ และประกาศความสามัคคีกับ UAE, บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต และจอร์แดน หมายความว่าประเทศในอ่าวเปอร์เซียเกือบทั้งหมดที่มีน้ำหนักทางเศรษฐกิจและการทหารต่างยืนอยู่ฝั่งเดียวกันต่อต้านอิหร่านแล้ว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า มีรายงานเสียงระเบิดในดูไบ UAE และ Emirates Airlines ระงับเที่ยวบินชั่วคราว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งลุกลามไปถึงศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคแล้ว

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่า ทรัมป์ประกาศเริ่มปฏิบัติการรบในอิหร่าน และ อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ บ่งชี้ว่าขณะนี้ความขัดแย้งไม่ใช่แค่การปะทะระดับทวิภาคีอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคที่ดึงมหาอำนาจและประเทศกลุ่มน้ำมันหลายชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต เมื่อสงครามน้ำมันกลายเป็นความเสี่ยงระดับโลก

การเข้าร่วมของซาอุดิอาระเบียในแนวร่วมทางทหารคือสัญญาณที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับตลาดการเงิน เพราะหมายความว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันประมาณ 20% ของโลกผ่าน หากการขนส่งน้ำมันหยุดชะงัก ราคาพลังงานจะพุ่งสูง เงินเฟ้อจะกลับมา และธนาคารกลางทั่วโลกจะถูกบีบให้คงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโต

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า การปะทะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านก่อนหน้านี้ทำให้เงินไหลเข้าทองคำและเงินกว่า $6.5 แสนล้านภายใน 4 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันหนีเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ขนาดใหญ่ ในบริบทนี้ คริปโตซึ่งยังถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงโดยนักลงทุนส่วนใหญ่มีแนวโน้มถูกเทขายพร้อมกับหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ในระยะสั้น แม้ว่า Bitcoin อาจพลิกกลับมาเป็นสินทรัพย์หลบภัยได้ในระยะยาวหากความขัดแย้งยืดเยื้อและเกิดความไม่แน่นอนของค่าเงินก็ตาม น่าสังเกตว่า UAE ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ซาอุฯ ประกาศความสามัคคีด้วยนั้น กองทุนความมั่งคั่งอย่าง Mubadala เพิ่งเพิ่มการถือครอง Bitcoin ETF อย่างมีนัยสำคัญ ตามที่ Siam Blockchain รายงานก่อนหน้านี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ซาอุฯ ออกมาประกาศแบบนี้คือสัญญาณที่น่ากังวลมากกว่าข่าวอื่น ๆ ที่เราเคยรายงานมาในสัปดาห์นี้ เพราะซาอุฯ ไม่ใช่แค่ประเทศในสงคราม แต่คือประเทศที่ควบคุมก๊อกน้ำมันของโลก ถ้าความขัดแย้งนี้ลุกลามจนกระทบการผลิตหรือขนส่งน้ำมัน ทุกอย่างจะพัง ตั้งแต่หุ้น พันธบัตร ไปถึงคริปโต สิ่งที่ต้องจับตาตอนนี้คือท่าทีอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลซาอุฯ โดยตรง และปฏิกิริยาของอิหร่านต่อการประกาศครั้งนี้ ถ้าอิหร่านเลือกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในซาอุฯ หรือปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดทั้งโลกจะเจ็บหนักมาก สำหรับนักลงทุนคริปโต แนะนำให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดและบริหารความเสี่ยงให้ดี เพราะในช่วงที่ตลาดกลัวขนาดนี้ ความผันผวนจะสูงมากในทั้งสองทิศทาง