bitkub-banner

ระเบิดถล่มใกล้สำนักงานผู้นำสูงสุดอิหร่านในเตหะราน ตลาดโลกเดือด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีรายงานการโจมตีทางทหารบริเวณใกล้สำนักงานผู้นำสูงสุดอิหร่าน คาเมเนอี กลางกรุงเตหะราน ในวันที่ 28 ก.พ. 2569
  • เหตุการณ์นี้ถือเป็นการบานปลายครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ หลังการโจมตีอิหร่านก่อนหน้านี้
  • ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงคริปโตเผชิญแรงเทขายรุนแรง ขณะที่ทองคำและน้ำมันพุ่งแรง นักลงทุนต้องจับตาพัฒนาการต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การโจมตีครั้งนี้ตรงใจกลางกรุงเตหะรานบ่งชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นสู่จุดวิกฤตที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักลงทุนทั่วโลกจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin และคริปโตทุกชนิดพร้อมกันเพื่อหนีเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ ความไม่แน่นอนจากความเป็นไปได้ที่สงครามภูมิภาคจะขยายวงจะกดดันตลาดคริปโตไปอีกนาน

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย มีรายงานที่น่าตกใจออกมาว่า เกิดการโจมตีทางทหารขึ้นบริเวณใกล้สำนักงานของอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในกรุงเตหะราน ตามรายงานจาก Max Crypto ที่เผยแพร่ข้อมูลนี้ผ่านทาง X พร้อมแสดงความตกใจต่อสถานการณ์ที่ปะทุขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจสูงสุดของอิหร่าน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าอิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติหลังการโจมตีอิหร่านรอบแรก อ่านข่าวเดิม ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ได้บานปลายไปอีกขั้นแล้ว

การโจมตีที่หัวใจกรุงเตหะรานหมายความว่าอะไร

การที่มีรายงานระเบิดถล่มบริเวณใกล้สำนักงานของคาเมเนอีไม่ใช่แค่การโจมตีทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าฝ่ายโจมตีไม่ได้สนใจแค่สร้างความเสียหายทางกายภาพ หากแต่มุ่งเป้าไปที่ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของอิหร่านโดยตรง หากการโจมตีนี้มาจากอิสราเอลหรือมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ความขัดแย้งจะขยายวงจากระดับสงครามตัวแทน (proxy war) ไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างรัฐซึ่งอาจดึงชาติมหาอำนาจอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์มองว่าการโจมตีในพื้นที่ใจกลางกรุงเตหะรานแบบนี้ต้องอาศัยข่าวกรองและขีดความสามารถทางทหารระดับสูงมาก ซึ่งไม่มีประเทศไหนในภูมิภาคทำได้ยกเว้นอิสราเอล อิหร่านจะต้องตอบโต้อย่างแน่นอน คำถามคือจะตอบโต้อย่างไรและรุนแรงแค่ไหน ความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกตื่นตระหนก

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเผชิญแรงขายรุนแรง คริปโตซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงมักโดนเทขายก่อนเพื่อนเสมอในสถานการณ์แบบนี้ Bitcoin และเหรียญหลักอื่นๆ มีโอกาสร่วงแรงในระยะสั้น ขณะที่ทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ จะได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดย Siam Blockchain เคยรายงานไปแล้วว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทำให้เงินไหลเข้าตลาดทองคำและเงินกว่า 6.5 แสนล้านดอลลาร์ภายในเพียง 4 ชั่วโมง ซึ่งบ่งชี้ถึงพฤติกรรม risk-off ของนักลงทุนสถาบันได้ชัดเจน

นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งแรงเนื่องจากอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่และตั้งอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางผ่านน้ำมันราว 20% ของโลก การที่น้ำมันแพงขึ้นกระทบเงินเฟ้อ กระทบนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก และสุดท้ายกดดันตลาดคริปโตซ้ำอีกชั้น สำหรับตลาดคริปโตไทยและนักลงทุนในภูมิภาค ต้องระวังความผันผวนรุนแรงทั้งในวันนี้และวันถัดๆ ไปจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจนขึ้น

บริบทที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกเปราะบางอยู่แล้ว Siam Blockchain รายงานก่อนหน้านี้ว่าบริษัทและรัฐบาลทั่วโลกกำลังประกาศเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ ขณะที่กองทุน hedge fund เพิ่มการ Short หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สัญญาณ risk-off เหล่านี้รวมกับเหตุการณ์ทางทหารที่ยังคลุมเครือในเตหะรานอาจสร้างแรงกดดันสะสมที่รุนแรงมากต่อตลาดคริปโต นักลงทุนที่มีสถานะ Leverage เปิดอยู่ต้องระวังการโดนล้างพอร์ตอย่างยิ่ง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้หนักมากและยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก รายละเอียดว่าใครเป็นคนโจมตี ความเสียหายจริงมีแค่ไหน และอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร ยังไม่ชัดเจนเลย ตอนนี้เหมาะกับการรอข้อมูลมากกว่าตัดสินใจ ถ้าถืออยู่และไม่มี Leverage ก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าใครเปิดสถานะ Long ค้างไว้ด้วย Leverage สูงในช่วงนี้ควรพิจารณาลดความเสี่ยงลงก่อน สิ่งที่ต้องจับตาคือท่าทีของอิหร่านในอีก 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า และว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดหรือเปล่า เพราะถ้าเกิดขึ้นจริงตลาดน้ำมันและคริปโตจะถูกกระทบหนักกว่านี้อีกมาก