สรุปข่าว
- ข้อมูลย้อนหลังแสดงว่า Bitcoin พุ่งขึ้นหลังจากสงครามใหญ่ทุกครั้ง โดยสงครามรัสเซีย-ยูเครน Bitcoin ร่วงก่อนแล้วพุ่งขึ้น +40.3% ภายในไม่กี่เดือนหลังเริ่มสงคราม, อิสราเอล-อิหร่าน Bitcoin พุ่งขึ้น +25.5% หลังความตึงเครียดทวีความรุนแรง
- Pattern ที่เกิดขึ้นซ้ำทุกครั้งคือ “ร่วงก่อนแล้วตื่นตระหนก จากนั้นจะเกิดระยะสะสม และจบลงด้วยการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง”
- ครั้งนี้ สหรัฐฯ-อิหร่าน เป็นสงครามที่ใหญ่กว่าทั้ง 2 ครั้งก่อน มีการสังหารผู้นำสูงสุด, ปิดช่องแคบ Hormuz และ ยิงขีปนาวุธ 6 ประเทศ หากแพทเทิร์นเดิมซ้ำรอย Bitcoin อาจพุ่ง 25-40% จากจุดต่ำสุดภายใน 2-4 เดือนหลังสงครามจบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข้อมูลย้อนหลังชี้ชัดว่า Bitcoin พุ่งหลังสงครามทุกครั้ง แต่ต้องรอให้ช่วง Panic Sell ผ่านพ้นไปก่อน
คำถามที่นักลงทุนคริปโตทุกคนถามตอนนี้คือ “BTC จะร่วงอีกเท่าไหร่?” แต่ Ash Crypto มองว่าคำถามที่ถูกต้องกว่าอาจเป็น “Bitcoin จะพุ่งขึ้นเท่าไหร่หลังสงครามจบ?” เพราะข้อมูลย้อนหลังจากสงครามใหญ่ 2 ครั้งก่อนหน้าแสดงแพทเทิร์นเดียวกัน ซึ่งก็คือร่วงก่อน แล้วพุ่งขึ้นแรงกว่าเดิมทุกครั้ง
สงครามรัสเซีย-ยูเครน Bitcoin พุ่ง 40.3%
ในช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 Bitcoin ได้ร่วงจาก $38,000 ลงมาที่ $34,000 ภายในไม่กี่ชั่วโมงจาก Panic sell แต่หลังจากนั้น Bitcoin ดีดกลับอย่างรวดเร็วและ พุ่งขึ้น 40.3% ภายในไม่กี่สัปดาห์ เหตุผลหลักคือ ชาวยูเครนและรัสเซียแห่ซื้อ BTC เพื่อหนีจากค่าเงินที่ร่วง, โอนเงินข้ามประเทศเลี่ยงการ sanctions และเก็บทรัพย์สินในรูปแบบที่รัฐบาลยึดไม่ได้ ยูเครนถึงกับเปิดรับบริจาค BTC อย่างเป็นทางการ
สงครามอิสราเอล-อิหร่าน Bitcoin พุ่ง 25.5%
เมื่อ Hamas โจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 และความตึงเครียดกับอิหร่านทวีขึ้นจนถึงการยิงขีปนาวุธโดยตรงในเมษายน 2024 Bitcoin ร่วงเล็กน้อยก่อนจะ พุ่งขึ้น +25.5% ในช่วงหลัง โดยมีแรงเสริมจากกองทุน ETF ที่เพิ่งเปิดตัว แต่สงครามก็มีส่วนสำคัญในการทำให้นักลงทุนมองหา Safe haven ที่ไม่ผูกกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ครั้งนี้ Bitcoin จะพุ่งเท่าไหร่?
สงครามครั้งนี้ ใหญ่กว่าทั้ง 2 ครั้งก่อนมาก มีการสังหารผู้นำสูงสุดของประเทศ, สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบ, อิหร่านยิงขีปนาวุธ 6 ประเทศ และมีการปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน
ในครั้งนี้ Bitcoin wfhร่วงจาก $70,000 ลงมาที่ $63,000 ในช่วงเปิดสงคราม แล้วดีดกลับมาที่ $67,000 หากแพทเทิร์น “ร่วงก่อนแล้วพุ่ง” ซ้ำรอยและใช้จุดต่ำสุด $63,000 เป็นฐาน การพุ่ง 25-40% จะหมายถึงเป้าหมาย $79,000-$88,000 ภายใน 2-4 เดือน
ผู้เขียนมองว่าข้อมูลนี้น่าสนใจแต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง แพทเทิร์นที่เกิดก็มีแค่ 2 ครั้ง ซึ่งน้อยเกินไปที่จะเป็น “กฎตายตัว” และแต่ละสงครามมีบริบทที่แตกต่างกันมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สงครามบอกในแต่ละครั้งก็คือ ในช่วงวิกฤตใหญ่ ผู้คนจะแสวงหาสินทรัพย์ที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้, โอนข้ามประเทศได้ และไม่ถูกอายัดซึ่ง Bitcoin ตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อ
ที่มา: AshCrypto, CoinDesk, CryptoSlate, Chainalysis, Investing.com

