bitkub-banner

เที่ยวบินตะวันออกกลางโดนยกเลิกกว่า 40% สงครามเดือดขึ้นอีก ตลาดคริปโตสั่นไหว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สายการบินทั่วโลกยกเลิกเที่ยวบินถึง 41% ของตารางบินทั้งหมดที่มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางในวันนี้ สะท้อนถึงการขยายตัวของความขัดแย้งในภูมิภาค
  • สัญญาณนี้เกิดขึ้นพร้อมกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกว่า 12% และโรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ของ Saudi Aramco ถูกโจมตีด้วยโดรน รวมถึงอิสราเอลที่เปิดปฏิบัติการโจมตีเตหะราน
  • นักลงทุนควรจับตาการเคลื่อนไหวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต ว่าจะเผชิญแรงกดดันจากการหนีความเสี่ยงมากขึ้นหรือไม่ในระยะสั้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การยกเลิกเที่ยวบินในสัดส่วนสูงขนาดนี้บ่งชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยหันหนีสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต ในสภาวะ risk-off เช่นนี้ Bitcoin และ altcoin มักเผชิญแรงขายในระยะสั้น แม้บางครั้ง Bitcoin จะถูกมองเป็นสินทรัพย์หลบภัยก็ตาม

สถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น เมื่อข้อมูล ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 21:00 น. ตามเวลาไทย ชี้ว่าสายการบินทั่วโลกได้ยกเลิกเที่ยวบินถึง 41% ของตารางบินทั้งหมดที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งระบุว่าการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากขนาดนี้เกิดขึ้นในรอบเดียว นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้ประกอบการสายการบินกำลังประเมินความเสี่ยงในภูมิภาคนี้อย่างจริงจัง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับความไม่สงบหลายจุดในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ของ Saudi Aramco ด้วยโดรน และปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปยังกรุงเตหะราน ทำให้บรรยากาศของตลาดการเงินโลกในคืนนี้ตึงเครียดอย่างยิ่ง

ตะวันออกกลางร้อนระอุ สัญญาณอันตรายที่เชื่อมกันทุกจุด

การยกเลิกเที่ยวบิน 41% ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา เพราะสายการบินโดยทั่วไปจะยกเลิกเที่ยวบินก็ต่อเมื่อประเมินแล้วว่าความเสี่ยงต่อลูกเรือและผู้โดยสารสูงเกินกว่าที่รับได้ การตัดสินใจเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนมองว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่มีเสถียรภาพในระดับที่น่ากังวลมาก สอดคล้องกับที่ Siam Blockchain รายงานก่อนหน้านี้ว่า โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ของ Saudi Aramco ถูกโจมตีด้วยโดรน และ อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเตหะรานและเป้าหมายต่างๆ ในอิหร่าน ซึ่งนับเป็นการขยายตัวของความขัดแย้งไปสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดพลังงานก็กำลังส่งสัญญาณเตือนเช่นกัน โดย Siam Blockchain รายงานว่า ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 12% ไปอยู่ที่ $75 ต่อบาร์เรล ขณะที่ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปก็พุ่งขึ้นกว่า 50% หลังจากการผลิต LNG ของกาตาร์หยุดชะงัก การเคลื่อนไหวของราคาพลังงานในระดับนี้บ่งชี้ว่าตลาดกำลังกำหนดราคาให้กับความเสี่ยงจากการหยุดชะงักในตะวันออกกลางอย่างจริงจัง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

เมื่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระอุขึ้นถึงระดับที่สายการบินตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบินเกือบครึ่งหนึ่ง นักลงทุนในตลาดการเงินโลกมักจะเลือกที่จะลดความเสี่ยงลงก่อนในระยะสั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโต ไปหาสินทรัพย์ที่ถือว่าปลอดภัยกว่าอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งในบริบทที่ ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังถือทองคำมากกว่าพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แนวโน้มนี้อาจยิ่งชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตในช่วงนี้มีปัจจัยหนุนจากฝั่งสถาบันที่น่าสนใจ โดย กองทุนคริปโตเพิ่งได้รับเงินไหลเข้า $1 พันล้าน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เงินไหลออกต่อเนื่องถึง 5 สัปดาห์ และ Strategy ของ Michael Saylor ก็เพิ่งซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 3,015 BTC มูลค่ากว่า $204 ล้าน ทำให้ภาพรวมของตลาดเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างแรงขายจากความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์กับแรงซื้อจากสถาบันที่ยังคงสะสมอยู่ ในสภาวะเช่นนี้ ความผันผวนในระยะสั้นน่าจะสูงขึ้น โดยเฉพาะถ้าข่าวจากตะวันออกกลางยังคงมาแบบต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่ากังวลกว่าที่หลายคนคิด เพราะการยกเลิกเที่ยวบินในสัดส่วน 41% ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันสะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนกำลังโหวตด้วยเงินและความปลอดภัยของพนักงานตัวเองว่าสถานการณ์นั้นอันตราย ถ้าจับหลายๆ ข่าวมารวมกัน ทั้งโรงกลั่นน้ำมันถูกโจมตี, อิสราเอลตีเตหะราน, ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่ง และตอนนี้สายการบินยกเลิกเที่ยวบินครึ่งหนึ่ง มันเหมือนเห็นภาพใหญ่ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าสถานการณ์กำลังลุกลามจริง สำหรับตลาดคริปโต ผู้เขียนจะจับตาดูว่า Bitcoin จะยืนเหนือแนวรับสำคัญได้หรือไม่ในสัปดาห์นี้ เพราะถ้าข่าวร้ายจากภูมิภาคยังมาต่อเนื่อง แรงขายอาจหนักกว่าที่แรงซื้อจากสถาบันจะรับได้ในระยะสั้น