สรุปข่าว
- ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งสูงขึ้น 50% หลังจากกาตาร์ระงับการผลิต LNG กะทันหัน ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่น โดยเฉพาะหลังอิสราเอลโจมตีกรุงเตหะรานเมื่อไม่กี่วันก่อน
- นักลงทุนต้องจับตาดูว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงจะทำให้ธนาคารกลางยุโรปคงนโยบายดอกเบี้ยสูงต่อไปหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
วิกฤตพลังงานในยุโรปครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนที่แรงมากสำหรับตลาดการเงินโลก เมื่อราคาพลังงานพุ่งสูง นักลงทุนมักขายสินทรัพย์เสี่ยงก่อน รวมถึงคริปโต และหากเงินเฟ้อกลับมาร้อนแรง ธนาคารกลางก็ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวม
ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งขึ้นถึง 50% ในช่วงค่ำวันที่ 2 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย หลังจากกาตาร์ประกาศระงับการผลิต LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) กะทันหัน ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider และ Crypto Rover บนแพลตฟอร์ม X การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานในระดับนี้ถือเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และส่งสัญญาณเตือนไปยังตลาดการเงินทั่วโลกว่าความเสี่ยงด้านพลังงานกำลังกลับมาอีกครั้ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดพลังงานโลกยิ่งผันผวนหนักขึ้น
กาตาร์หยุดผลิต LNG กระทบยุโรปอย่างไร
กาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยยุโรปพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากกาตาร์เป็นส่วนสำคัญหลังจากที่ความสัมพันธ์กับรัสเซียพังทลายลงนับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อกาตาร์ระงับการผลิตโดยไม่มีกำหนด ยุโรปจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่แหล่งก๊าซสำคัญสองแหล่งหลักถูกตัดออกในคราวเดียวกัน
แม้ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุของการระงับการผลิตในครั้งนี้ แต่นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานชี้ว่าความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากที่ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิสราเอลโจมตีกรุงเตหะรานและเป้าหมายอื่นๆ ในอิหร่านในปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการส่งออกพลังงานในแถบอ่าวเปอร์เซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น 12% ไปแตะ $75 ต่อบาร์เรล เมื่อตลาดสหรัฐฯ เปิดใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดพลังงานโลกทั้งหมดกำลังตอบสนองต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นพร้อมกัน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
วิกฤตพลังงานในยุโรปส่งผลลบต่อตลาดคริปโตผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน ประการแรกคือแรงกดดันจากบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off sentiment) เมื่อราคาพลังงานพุ่งสูง นักลงทุนสถาบันมักลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด รวมถึง Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดความเสี่ยงในพอร์ต
ประการที่สองคือผลกระทบต่อนโยบายการเงิน หากราคาพลังงานสูงทำให้อัตราเงินเฟ้อในยุโรปพุ่งกลับขึ้นมาอีกครั้ง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะยิ่งไม่มีช่องว่างในการลดดอกเบี้ย ตรงกันข้ามกับที่ตลาดหวังไว้ ดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องหมายความว่าเงินจะยังคงไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตไปสู่พันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่า สิ่งนี้ยิ่งน่ากังวลมากขึ้นเมื่อพิจารณาว่า Bitcoin เพิ่งปิดแท่งเทียนรายเดือนสีแดงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ในเดือนกุมภาพันธ์ด้วยการร่วงลง 15% แสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโตอยู่ในสภาพที่เปราะบางอยู่แล้ว และข่าวลบเพิ่มเติมอาจกดดันราคาลงได้อีก
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกเล็กน้อยที่พอบรรเทาได้บ้าง นั่นคือ กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่งบันทึกเงินไหลเข้า $1 พันล้าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากแนวโน้มเงินไหลออก 5 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจทดสอบว่าแรงซื้อดังกล่าวจะยืนหยัดได้หรือไม่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้อันตรายกว่าที่หลายคนคาดไว้ครับ เพราะมันไม่ใช่แค่ราคาก๊าซที่พุ่งขึ้น แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังสะสมตัวหนาแน่นมาก ทั้งอิสราเอล-อิหร่าน ทั้งพลังงาน ทั้งตลาดหุ้นที่ยังผันผวน ถ้ายุโรปเผชิญกับเงินเฟ้อรอบสองจากราคาก๊าซ ก็ยิ่งทำให้ Fed และ ECB มีเหตุผลน้อยลงที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่คริปโตต้องการมากที่สุดในตอนนี้ สิ่งที่ต้องจับตาดูคือว่าการหยุดผลิตของกาตาร์ครั้งนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน และตลาดพลังงานสำรองจากประเทศอื่นจะมารองรับได้ทันหรือเปล่า ถ้าหยุดยาวเกิน 1-2 สัปดาห์ ผลกระทบต่อตลาดโลกจะหนักขึ้นมากแน่นอน

