bitkub-banner

สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านหนัก ช่องแคบฮอร์มุซเกือบปิด สงครามยังไม่มีทีท่าจบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

📡 ข่าวนี้ถูกสรุปและเรียบเรียงจากการรายงานข่าวสด (LIVE News) ของ Siam Blockchain

สรุปข่าว
  • สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเต็มรูปแบบ ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านพุ่งแตะ 1,045 ราย ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธมุ่งหน้าอิสราเอล ตุรกี และ UAE
  • NATO สกัดขีปนาวุธอิหร่านที่มุ่งเข้าตุรกีสำเร็จ เรือรบอิหร่านถูกเรือดำน้ำสหรัฐฯ จมนอกชายฝั่งศรีลังกา ปริมาณเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซดิ่งลง 92% Maersk ระงับการขนส่งไป 7 ประเทศตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตหนุนเดินหน้าโจมตีต่อ อิหร่านขู่ถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดีโมนา จีนเตรียมส่งทูตไกล่เกลี่ย ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลางกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรง ช่องแคบฮอร์มุซที่เกือบปิดสนิทหมายถึงวิกฤตพลังงานระดับโลก ส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย ตลาดคริปโตมีแนวโน้มถูกเทขายต่อเนื่องจากภาวะ risk-off ที่ทวีความรุนแรง

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดคืนวันที่ 4 ถึงเช้าวันที่ 5 มี.ค. 2569 (อัปเดตล่าสุด วันที่ 5 มี.ค. 2569) โดยข้อมูลที่ทราบจนถึงขณะนี้ NATO สกัดขีปนาวุธอิหร่านที่มุ่งหน้าเข้าน่านฟ้าตุรกีได้สำเร็จตามการยืนยันจากฝ่ายตุรกี เรือรบอิหร่านถูกเรือดำน้ำสหรัฐฯ ใช้ตอร์ปิโดจมในน่านน้ำสากลนอกชายฝั่งศรีลังกาตามที่รัฐมนตรีกลาโหมเฮ็กเซธยืนยัน ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีในอิหร่านพุ่งแตะ 1,045 ราย ขณะที่ปริมาณเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซดิ่งลง 92% หนักสุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย และผลกระทบลามไปทั่วภูมิภาค

สมรภูมิหลายแนวรบ ตั้งแต่อิหร่านจนถึงเลบานอนและอ่าวเปอร์เซีย

ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลกินพื้นที่กว้างขวางตลอดคืนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกล PrSM ในสงครามจริงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามที่ CENTCOM ยืนยัน พร้อมมีภาพบันทึกขีปนาวุธ Tomahawk พุ่งมุ่งหน้าสู่อิหร่านจากกลางทะเล มีรายงานระเบิดดังขึ้นพร้อมกันในหลายเมืองทั่วอิหร่านทั้ง Saqqez, Yazd และ Tabriz รวมถึงสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่าน (IRIB) ในเมือง Sanandaj ที่ถูกถล่ม

เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญที่สุดคือกรณีที่สหรัฐฯ เปิดการสอบสวนหลังโจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่านผิดเป้า มีเด็กเสียชีวิต 160 คน และยังมีรายงานเครื่องบินสหรัฐฯ ถล่มค่ายชาวนาผิดเป้าโดยเข้าใจผิดว่าเป็นฐานปล่อยโดรนทางทหาร ส่วนเรือรบอิหร่านที่จมนอกชายฝั่งศรีลังกานั้น มีผู้สูญหายเกือบ 150 คนและเสียชีวิตหลายราย กองทัพเรือศรีลังกาดึงศพขึ้นจากทะเลได้แล้ว 87 ศพ

ในแนวรบเลบานอน กองทัพอิสราเอลบุกเข้าพื้นที่รอบนอกหลายหมู่บ้านทางตอนใต้รวมถึง Khiam, Houla, Yaroun และอีกหลายจุด พร้อมถล่มหมู่บ้าน Arnoun, Yahmar และ Kfar อย่างไรก็ตาม ฮิซบอลเลาะห์ตอบโต้อย่างหนัก โดยยิงอาวุธต่อต้านรถถังใส่รถหุ้มเกราะอิสราเอล 2 คัน และหลังปะทะในเมือง Khiam กองทัพอิสราเอลต้องถอนกำลังไปยัง Tell al-Hamams นอกจากนี้ อิสราเอลยังถล่ม Haret Hreik ย่านชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุตและค่าย Al-Badawi ในเมืองตริโปลี ทางเหนือของเลบานอน

ฝั่งอิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธชุดใหม่มุ่งหน้าสู่เยรูซาเลมและพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล ซึ่งถูกสกัดกั้นบางส่วน ส่วนขีปนาวุธอิหร่าน 1 ลูกและขีปนาวุธจากเลบานอนอีก 2 ลูกก็ถูกสกัดสำเร็จเช่นกัน UAE สกัดขีปนาวุธพิสัยไกล 3 ลูกและตรวจจับโดรนอีก 129 ลำที่อิหร่านส่งมาได้ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียสกัดขีปนาวุธร่อน 3 ลูกนอกเมือง Al-Kharj แสดงให้เห็นว่าสงครามลามออกไปนอกเขตสู้รบหลักแล้ว โดยมีรายงานระเบิดดังขึ้นในบาห์เรนและโดฮา กาตาร์ และเสียงระเบิดในกรุงดามัสกัส ซีเรียด้วย

เศรษฐกิจโลกสะเทือน ช่องแคบฮอร์มุซเกือบปิดสนิท

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามครั้งนี้รุนแรงและรวดเร็ว ปริมาณเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดของโลก ดิ่งลง 92% หนักสุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ มีรายงานเรือขนส่งสินค้าถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบด้วย Maersk บริษัทขนส่งทางเรือใหญ่อันดับ 2 ของโลก ระงับรับจองสินค้าไปยัง 7 ประเทศในตะวันออกกลางทันทีรวมถึง UAE ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และอิรัก แม้ UAE ยืนยันว่าท่าเรือเจเบล อาลี ในดูไบ ยังเปิดรับเรือตามปกติ

สายการบิน Emirates ระงับเที่ยวบินทั้งหมดเข้า-ออกดูไบยาวถึงดึกคืนวันที่ 7 มี.ค. หลังน่านฟ้าภูมิภาคปิด ประธานาธิบดีปูตินแถลงว่าราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้นเพราะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่ The Atlantic เปิดเผยว่าสงครามอิหร่านครั้งนี้กินเงินสหรัฐฯ วันละ 1 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไฟฟ้าดับทั่วประเทศอิรักโดยยังไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่ลุกลาม

ท่าทีนานาชาติและการเมืองภายในสหรัฐฯ สถานการณ์ยังไร้ทางออก

สถานการณ์ล่าสุดบนเวทีการทูต จีนเตรียมส่งทูตพิเศษบินลงพื้นที่ตะวันออกกลางเพื่อไกล่เกลี่ย รัฐมนตรีต่างประเทศหวัง อี้ ประกาศว่าการใช้กำลังแบบไม่เลือกเป้าหมายเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ นักการทูตฝรั่งเศสแถลงชัดเจนว่าจะไม่ร่วมปฏิบัติการใดกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่วนนายกฯ สเปน ซานเชซ ประกาศจุดยืนไม่เอาสงครามและประณามการใช้สิทธิสตรีเป็นข้ออ้างทำสงคราม อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวประกาศว่าสเปนกลับลำตกลงร่วมมือกับกองทัพสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายสเปนเอง UAE ก็ออกมาประณามอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธเข้าตุรกี ขณะที่รัสเซียผ่านลาฟรอฟเตือนว่าการโจมตีอาจผลักให้อิหร่านตัดสินใจพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ในสหรัฐฯ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันโหวตคว่ำร่างกฎหมายที่จะหยุดสงครามกับอิหร่าน ทรัมป์แซะว่าใครอยากเป็นผู้นำอิหร่าน “จบด้วยการตาย” เฮ็กเซธประกาศว่า “ศักยภาพอิหร่านกำลังระเหยหายไปทุกชั่วโมง” และโฆษกทำเนียบขาวประกาศว่าอีกไม่กี่ชั่วโมง สหรัฐฯ จะควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้ทั้งหมด แหล่งข่าวตะวันตกบอก WSJ ว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธน้อยลงเรื่อย ๆ คลังอาวุธอาจหมดภายในไม่กี่วัน ขณะที่ Axios รายงานว่าเนทันยาฮูแอบถามทำเนียบขาวว่ามีการเจรจาลับกับอิหร่านอยู่หรือไม่

ฝั่งอิหร่าน เจ้าหน้าที่ประกาศไม่สนใจเจรจาและพร้อมสู้ยาว กองกำลัง IRGC ขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ราบคาบ และขู่ถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดีโมนาของอิสราเอลหากมีการพยายามล้มรัฐบาล ชาวอิหร่านออกมาเดินขบวนบนท้องถนนหนุนรัฐบาล แต่ก็มีรายงานว่าประชาชนกว่า 1 แสนคนอพยพหนีออกจากกรุงเตหะรานภายในแค่ 2 วัน ข้อมูลจาก Polymarket ชี้โอกาส 63% ที่โมจตาบา ลูกชายผู้นำสูงสุดคาเมเนอี จะขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไป สะท้อนความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในอิหร่าน

ประเด็นที่น่าจับตาอีกประการคือ Washington Post รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ นำ AI ของ Anthropic ชื่อ Claude มาใช้ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ AI ถูกยืนยันว่ามีบทบาทในสงครามจริง ส่วนข่าวกองกำลังชาวเคิร์ดบุกเข้าอิหร่านที่อิสราเอลยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์จริงนั้น ถูกสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านปฏิเสธและแหล่งข่าวท้องถิ่นก็ปฏิเสธเช่นกัน ข้อมูลยังขัดแย้งกันอยู่


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นวิกฤตที่รุนแรงที่สุดในตะวันออกกลางในรอบหลายทศวรรษ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะจบลงเร็ว ๆ นี้ ช่องแคบฮอร์มุซที่เกือบปิดสนิทเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะน้ำมันกว่า 20% ของโลกผ่านช่องทางนี้ ราคาพลังงานที่พุ่งจะกระทบทุกอย่างตั้งแต่เงินเฟ้อไปจนถึงนโยบายดอกเบี้ย

สำหรับตลาดคริปโต ภาวะ risk-off แบบนี้มักจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิด แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ Bitcoin จะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้จริงหรือไม่ในสถานการณ์ที่ร้ายแรงขนาดนี้ ข้อมูลหลายส่วนยังขัดแย้งกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกองกำลังชาวเคิร์ดบุกอิหร่านหรือท่าทีของสเปน ผมแนะนำให้ระมัดระวังอย่างยิ่ง อย่าเพิ่งตัดสินใจลงทุนจากข่าวที่ยังไม่ชัดเจน รอให้สถานการณ์นิ่งขึ้นก่อนจะดีกว่า

หมายเหตุ: สถานการณ์นี้ยังไม่สิ้นสุด ทีมงาน Siam Blockchain จะติดตามความคืบหน้าและรายงานเพิ่มเติมในบทความถัดไป