สรุปข่าว
- UAE สกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยไกล 3 ลูกและโดรน 129 ลำสำเร็จ บ่งชี้การโจมตีขนาดใหญ่จากกลุ่มที่อ้างว่าเชื่อมโยงกับอิหร่านหรือฮูตี
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่สะสมมาต่อเนื่อง ทั้งการระเบิดที่ท่าเรือฟูไจราห์และการปิดตัวของแหล่งน้ำมันในอิรัก
- ต้องจับตาว่าความขัดแย้งจะยกระดับขึ้นอีกหรือไม่ เพราะอาจกดดันให้นักลงทุนทั่วโลกหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนขนาดใหญ่ใน UAE เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังบานปลาย นักลงทุนมักตอบสนองต่อเหตุการณ์ลักษณะนี้ด้วยการขายสินทรัพย์เสี่ยงออกและหันไปถือเงินสดหรือทองคำแทน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันขาลงต่อตลาดคริปโตในระยะสั้น
ในช่วงเย็นวันที่ 4 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศสกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยไกล 3 ลูกและโดรนอีก 129 ลำได้สำเร็จ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการโจมตีขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่ UAE ต้องรับมือ และสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทที่ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตหลายด้านพร้อมกัน การโจมตีลักษณะนี้คาดว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งได้ยกระดับปฏิบัติการโจมตีในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง
บริบทวิกฤตตะวันออกกลางที่สะสมมาหลายวัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า มีการระเบิดขนาดใหญ่ที่ท่าเรือฟูไจราห์ใน UAE ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำรองสำคัญที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ และยังมีรายงานว่า อิรักต้องหยุดการผลิตน้ำมันที่แหล่งรูไมลา แหล่งน้ำมันที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อีกทั้งยังมีการลอบสังหารรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน ทำให้ภาพรวมของภูมิภาคดูตึงเครียดอย่างยิ่ง
การโจมตี UAE ด้วยโดรนจำนวนมากถึง 129 ลำพร้อมกันนั้น ต้องอาศัยทรัพยากรและการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้เพียงแค่ยิงโจมตีสุ่ม แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างความไม่มั่นคงให้กับหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจและพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก แม้ UAE จะสกัดได้สำเร็จในครั้งนี้ แต่คำถามสำคัญคือจะมีการโต้ตอบหรือยกระดับความรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
เหตุการณ์ทางทหารในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อพลังงานโลกอย่างตะวันออกกลางมักส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง โดยขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโตออก แล้วหันไปถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พันธบัตรรัฐบาล หรือทองคำแทน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นดูไบเองก็ร่วงลงถึง 4.6% แล้วตามรายงานที่ Siam Blockchain เคยนำเสนอ ดูไบตลาดหุ้นร่วง ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลในตลาดการเงินที่กว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า Bitcoin อาจทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวเมื่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์สูง แต่ในระยะสั้นนั้น ความผันผวนจากข่าวเหตุการณ์ทหารมักทำให้ราคาคริปโตดิ่งลงก่อน โดยเฉพาะเมื่อมีการโจมตีหลายจุดพร้อมกันในลักษณะนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะยกระดับขึ้นหรือสงบลงในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์รอบนี้น่ากังวลกว่าครั้งก่อนๆ เพราะมันไม่ใช่แค่เหตุการณ์เดี่ยวๆ แต่เป็นหลายเหตุการณ์ซ้อนกัน ทั้งระเบิดที่ฟูไจราห์ การปิดแหล่งน้ำมันในอิรัก ราคาแก๊สในยุโรปพุ่ง และตอนนี้ UAE โดนโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจำนวนมาก มันเหมือนโดมิโนที่กำลังล้มต่อกันทีละใบ สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ ควรระวังความผันผวนในช่วงนี้ และจับตาว่าจะมีการตอบโต้ทางทหารจาก UAE หรือพันธมิตรหรือไม่ เพราะนั่นอาจทำให้ตลาดสั่นคลอนหนักขึ้นได้อีก ส่วนคนที่รอจังหวะเข้า ให้รอดูสัญญาณที่ชัดเจนกว่านี้ก่อนตัดสินใจ อย่าเพิ่งรีบ

