bitkub-banner

แบงก์ยักษ์แคนาดา AUM 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ทุ่มเปิดตัว ETF คริปโตเชิงรุกแล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Scotiabank ธนาคารยักษ์ใหญ่ของแคนาดาที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดตัว ETF ที่เน้นคัดเลือกสินทรัพย์คริปโตเชิงรุก (Active Crypto Picking ETF) แล้วในตลาดแคนาดา
  • การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการที่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมระดับใหญ่เริ่มก้าวเข้าสู่ตลาดคริปโตอย่างเป็นทางการ แม้แคนาดาจะมีความคุ้นเคยกับ ETF คริปโตอยู่ก่อนแล้วก็ตาม
  • ต้องจับตาดูว่าธนาคารใหญ่รายอื่นทั้งในแคนาดาและทั่วโลกจะเดินตามรอยในทิศทางเดียวกันหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ธนาคารระดับ Top 5 ของแคนาดาออก ETF คริปโตเชิงรุกส่งสัญญาณว่าสถาบันการเงินกระแสหลักมองคริปโตเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ถูกต้องแล้ว ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและดึงเม็ดเงินสถาบันเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแคนาดาเป็นตลาดที่มี ETF คริปโตอยู่แล้ว ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นอาจไม่รุนแรงนัก

เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 5 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph Scotiabank หรือ The Bank of Nova Scotia ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของแคนาดาที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ได้เปิดตัว ETF ที่คัดเลือกสินทรัพย์คริปโตเชิงรุก (Active Crypto Picking ETF) อย่างเป็นทางการในตลาดแคนาดาแล้ว นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ระดับโลกพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ลงทุนในคริปโตให้กับลูกค้าสถาบันและรายย่อยโดยตรง การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน

Scotiabank คือใคร และทำไม ETF นี้ถึงสำคัญ

Scotiabank เป็นหนึ่งในห้าธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา มีสาขาครอบคลุมกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และถือเป็นสถาบันการเงินกระแสหลักที่มีลูกค้าทั้งรายย่อยและสถาบันจำนวนมาก การที่ธนาคารในระดับนี้ตัดสินใจออก ETF คริปโตแบบเชิงรุก ซึ่งหมายถึงผู้จัดการกองทุนจะทำการคัดเลือกสินทรัพย์คริปโตอย่างแข็งขันแทนที่จะเพียงแค่ติดตาม Index นั้น ถือว่าต่างจาก ETF แบบ Passive ที่เคยมีมาก่อนอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ทำให้ Active Crypto ETF น่าสนใจกว่า ETF ทั่วไปคือผู้จัดการกองทุนมีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะถือครองสินทรัพย์คริปโตใดในสัดส่วนเท่าไหร่ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดโดยรวม ซึ่งหมายความว่าลูกค้าที่ซื้อ ETF นี้จะได้รับการจัดการพอร์ตคริปโตแบบมืออาชีพผ่านช่องทางที่คุ้นเคยอย่างบัญชีกองทุน ETF ปกติ โดยไม่ต้องจัดการ Wallet หรือ Private Key เอง

แคนาดาล้ำหน้าโลกด้าน ETF คริปโตมานานแล้ว

หลายคนอาจลืมไปว่าแคนาดาเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติ Bitcoin ETF แบบ Spot ตั้งแต่ปี 2564 ก่อนสหรัฐฯ ถึงเกือบสามปี ดังนั้นตลาดแคนาดาจึงคุ้นชินกับผลิตภัณฑ์คริปโตในรูปแบบ ETF มาระยะหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่อย่าง Scotiabank เป็นผู้ออก ETF เองโดยตรงนั้นยังคงเป็นเรื่องใหม่และมีนัยสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทจัดการกองทุนเฉพาะทางที่เป็นผู้ออกผลิตภัณฑ์เหล่านี้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง แคนาดาเอาด้วย! จ่อคลอดกฎคุม Stablecoin หวังอัปเกรดระบบจ่ายเงิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแคนาดากำลังวางโครงสร้างพื้นฐานด้านคริปโตและ Stablecoin อย่างเป็นระบบ การเปิดตัว ETF คริปโตเชิงรุกของ Scotiabank ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ต่อเติมภาพรวมนั้นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังสอดคล้องกับกระแสสถาบันการเงินทั่วโลกที่เริ่มนำเสนอบริการคริปโตให้กับลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ

สัญญาณที่ธนาคารอื่นทั่วโลกต้องจับตา

การเปิดตัว ETF คริปโตของ Scotiabank อาจเป็นแรงกดดันให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่อื่นๆ ทั้งในแคนาดาและทั่วโลกต้องพิจารณาทำตามเพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งตลาดจากลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงสินทรัพย์คริปโตผ่านช่องทางที่ได้รับการดูแลจากสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นสัญญาณสถาบันการเงินใหญ่ทั่วโลกแสดงความสนใจในตลาดคริปโตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการที่ Kraken กลายเป็นบริษัทคริปโตแห่งแรกที่เข้าถึงระบบชำระเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หรือการขยายตัวของ Stablecoin ในระดับสถาบัน ซึ่งล้วนบ่งชี้ว่ากำแพงระหว่างการเงินแบบดั้งเดิมกับโลกคริปโตกำลังบางลงทุกวัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในแง่ของทิศทางมากกว่าผลกระทบทันที เพราะแคนาดามี ETF คริปโตอยู่แล้วนานมากแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตลาดท้องถิ่น แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ครั้งนี้เป็น ธนาคาร พาณิชย์ขนาดใหญ่ที่เป็นคนออก ETF เอง ไม่ใช่บริษัทกองทุนเฉพาะทาง นี่คือสัญญาณที่บอกว่าคริปโตไม่ใช่แค่ “ตัวเลือก” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สินค้าหลัก” ของสถาบันการเงินกระแสหลัก สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่าธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง JPMorgan หรือ Goldman Sachs จะรีบเดินตามหรือยังรอดูท่าทีอยู่ ถ้าธนาคารอเมริกันเริ่มออก Active Crypto ETF ด้วย นั่นล่ะถึงจะเป็นข่าวที่สั่นสะเทือนตลาดได้จริงๆ