bitkub-banner

ทรัมป์ตั้ง Kevin Warsh นั่งประธานเฟดคนใหม่ เตรียมพลิกนโยบายการเงินสหรัฐฯ ครั้งใหญ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์ประกาศเสนอชื่อ Kevin Warsh อย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แทน Jerome Powell
  • Warsh มีภาพลักษณ์เป็นคนที่เข้มงวดด้านวินัยการคลัง แต่มีแนวโน้มเปิดกว้างด้านนโยบายการเงินและนวัตกรรม รวมถึงคริปโต
  • การเปลี่ยนแปลงผู้นำเฟดส่งผลโดยตรงต่อทิศทางดอกเบี้ย ความแข็งแกร่งของดอลลาร์ และราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกรวมถึงคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การแต่งตั้ง Warsh ถูกมองว่าเป็นผลบวกต่อตลาดคริปโต เนื่องจากเขามีแนวโน้มเปิดรับนวัตกรรมทางการเงินมากกว่า Powell และอาจปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสภาพคล่องในตลาดและดึงดูดเงินเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum

ในช่วงดึกของวันที่ 4 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ทรัมป์ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเสนอชื่อ Kevin Warsh ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตามรายงานจาก Crypto Rover ซึ่งเผยแพร่ข่าวดังกล่าวทาง X การเสนอชื่อครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของทรัมป์ที่จะปรับทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ โดย Warsh เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในช่วงปี 2549-2554 และได้รับการมองว่าเป็นคนใกล้ชิดทรัมป์มาโดยตลอด การแต่งตั้งนี้จะทำให้ Powell พ้นจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ และส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายการเงินสหรัฐฯ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินทั่วโลก

ภาพของ Kevin Warsh ขณะให้สัมภาษณ์ หลังจากที่ทรัมป์ตั้งเขาเป็นประธานเฟดราลรีเซิร์ฟ
ภาพของ Kevin Warsh ขณะให้สัมภาษณ์ หลังจากที่ทรัมป์ตั้งเขาเป็นประธานเฟดราลรีเซิร์ฟ (ภาพจาก: @CryptoRover)

Kevin Warsh คือใคร และทำไมถึงสำคัญ

Kevin Warsh วัย 55 ปี เป็นอดีตผู้ว่าการเฟดที่เคยร่วมรับมือวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 ร่วมกับ Ben Bernanke เขาจบการศึกษาจาก Stanford Law School และมีประสบการณ์ทั้งในวอลล์สตรีทและในแวดวงนโยบายของรัฐบาล ภาพลักษณ์ของ Warsh คือคนที่เน้นวินัยทางการคลัง และเคยวิจารณ์การทำ QE (การอัดฉีดเงินเข้าระบบ) อย่างเข้มข้นในอดีต แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกมองว่าเปิดกว้างต่อนวัตกรรมทางการเงินมากกว่า Powell

ประเด็นที่นักลงทุนสนใจมากที่สุดคือจุดยืนด้านดอกเบี้ย โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า Warsh อาจมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการปรับลดดอกเบี้ยเมื่อเศรษฐกิจต้องการ ต่างจาก Powell ที่ยึดข้อมูลเป็นหลักและถูกมองว่าเชื่องช้าเกินไปในสายตาของทรัมป์ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์เผยตัวเต็ง 4 ชื่อชิงเก้าอี้ประธานเฟด ซึ่ง Warsh ติดโผนั้นมาตลอด

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

การเปลี่ยนตัวประธานเฟดถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์มหภาคที่ส่งผลกระทบสูงสุดต่อตลาดการเงินทั่วโลก สำหรับคริปโตโดยเฉพาะ ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดมีผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของดอลลาร์ ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนทางกับ Bitcoin หากดอกเบี้ยลดลง เงินดอลลาร์จะอ่อนค่า และสภาพคล่องในระบบเพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนหันมาหาสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตมากขึ้น

นอกจากนี้ Warsh ยังถูกมองว่าเปิดรับนวัตกรรมทางการเงินมากกว่า ซึ่งอาจส่งผลดีต่อนโยบายการกำกับดูแลคริปโตในระยะยาว สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลทรัมป์ที่พยายามผลักดันกฎหมายคริปโตหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น CLARITY Act หรือ GENIUS Act ที่ Siam Blockchain เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่า Warsh จะต้องผ่านการยืนยันจากวุฒิสภาก่อน และกระบวนการนั้นอาจใช้เวลาหลายเดือน

บริบทมหภาคที่ต้องจับตา

ข่าวการเสนอชื่อ Warsh เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง การพุ่งขึ้นของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินครั้งใหญ่นี้จึงยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าหากเฟดภายใต้การนำของ Warsh เลือกลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด อาจเป็นตัวจุดชนวนให้ Bitcoin พุ่งทะลุระดับสูงใหม่ได้ในปีนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์มหภาคที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปี เพราะประธานเฟดคือคนที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยของโลก ถ้า Warsh เข้ามาและปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด คริปโตน่าจะได้รับอานิสงส์มาก แต่ก็ต้องระวังว่าเขามีชื่อเสียงด้านความเข้มงวดเรื่องเงินเฟ้อด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะลดดอกเบี้ยทันที สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือกระบวนการยืนยันจากวุฒิสภาว่าจะราบรื่นแค่ไหน และหาก Warsh ส่งสัญญาณชัดเจนเรื่องจุดยืนด้านนโยบายการเงิน นั่นแหละคือจังหวะที่ตลาดจะเคลื่อนไหวแรง