สรุปข่าว
- John Daghita (ฉายา Lick) ถูกจับกุมแล้วที่เกาะเซนต์มาร์ติน จากความร่วมมือของทางการสหรัฐฯ และฝรั่งเศส หลังก่อเหตุขโมยคริปโตของกลางจากรัฐบาลสหรัฐฯ
- มูลค่าความเสียหายคริปโตกว่า 1,610 ล้านบาท ($46M) โดยอาศัยช่องโหว่การเข้าถึงระบบจากบริษัท CMDSS ซึ่งเป็นบริษัทของพ่อเขาเองที่รับงานจากหน่วยงาน US Marshals
- ZachXBT เป็นคนแฉ นักสืบ On-chain ชื่อดังออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2026 จนนำไปสู่การสืบสวนระดับชาติ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ตอกย้ำความสำคัญของเครื่องมือสืบสวนบนบล็อกเชน ( Blockchain Forensics) ที่ช่วยกู้คืนเงินที่ถูกขโมยจากคดีที่เกี่ยวข้องกันได้แล้วกว่า 3,150 ล้านบาท ($90M)
วงการคริปโตต้องจารึกผลงานชิ้นโบแดงอีกครั้ง! เมื่อ ZachXBT นักสืบไซเบอร์และผู้เชี่ยวชาญด้าน On-chain เปิดเผยว่า การสืบสวนของเขาเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทางการสามารถจับกุม John Daghita ผู้ต้องหาคดีขโมยคริปโตเคอร์เรนซีของกลางจากรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่ามหาศาลกว่า 1,610 ล้านบาท ($46 ล้านดอลลาร์) ได้สำเร็จที่ฝั่งทะเลแคริบเบียน
ล้วงคองูเห่า! ปล้นของกลางรัฐบาล ทำได้ไง?
เรื่องราวสุดอุกอาจนี้ถูกเปิดโปงเมื่อปลายเดือนมกราคม 2026 เมื่อ ZachXBT พบความผิดปกติของเส้นทางการเงิน และสืบสาวไปจนพบว่า John Daghita อาศัย “เส้นสาย” หรือสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลจาก CMDSS ซึ่งเป็นบริษัทของคุณพ่อเขาเอง
ที่พีคคือ CMDSS เป็นบริษัทคู่สัญญาที่รับหน้าที่จัดการสินทรัพย์ให้กับ US Marshals Service (USMS) หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ทำให้คนร้ายสามารถเข้าถึงและโอนย้ายคริปโตที่เป็น “ของกลาง” ออกไปเข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างแนบเนียน
ความมั่นใจที่นำไปสู่จุดจบ (Overconfidence)
แทนที่จะขโมยเงินแล้วหนีไปเงียบๆ คนร้ายรายนี้กลับมีความมั่นใจเกินเหตุ (Overconfidence) เขาถึงขั้นใช้แอป Telegram ทักข้อความไปเยาะเย้ย และที่หนักสุดคือการทำ “Dust attack” หรือการจงใจโอนเศษคริปโตที่ขโมยมาเข้าไปป่วนในกระเป๋าเงินดิจิทัลของ ZachXBT เพื่อเป็นการท้าทาย
แต่หารู้ไม่ว่าพฤติกรรมทิ้งร่องรอยบนบล็อกเชนแบบนี้แหละ คือการชี้เป้าชั้นดีให้ ZachXBT สามารถรวบรวมหลักฐานและทำ Wallet Clustering (การเชื่อมโยงเครือข่ายกระเป๋าเงิน) จนมัดตัวคนร้ายได้ดิ้นไม่หลุด นำไปสู่การออกหมายจับและประสานงานข้ามชาติระหว่างสหรัฐฯ และทางการฝรั่งเศส จนรวบตัวได้ที่เกาะเซนต์มาร์ตินในที่สุด
พลังของ Blockchain Forensics
คดีนี้กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีการสืบสวนบนบล็อกเชน (Blockchain Forensics) กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสืบสวนคดีระดับรัฐบาลกลาง (Federal probes) แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์รับรองอย่างเป็นทางการ (Peer-reviewed) แต่เครื่องมือวิเคราะห์ On-chain ก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าใช้งานได้จริง และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมยในคดีที่เชื่อมโยงกันกลับคืนมาได้แล้วรวมกว่า 3,150 ล้านบาท ($90 ล้านดอลลาร์)
ที่มา : ZachXBT (X/Twitter)
มุมมองผู้เขียน : คดีนี้สอนให้รู้ว่า “สวรรค์มีตา บล็อกเชนมี Data” ครับ! ไม่ว่าคุณจะแฮกเก่งแค่ไหน หรือมีเส้นสายระดับประเทศ แต่ทุกธุรกรรมบนคริปโตถูกบันทึกไว้ตลอดกาล ความโปร่งใสของ Blockchain คือฝันร้ายที่แท้จริงของอาชญากรไซเบอร์ ยิ่งมั่นหน้าไปท้าทายคนอย่าง ZachXBT ด้วยแล้ว… งานนี้เตรียมตัวไปนอนใช้เงินในคุกได้เลย!

