สรุปข่าว
- สถิติในอดีตชี้ว่า ทองคำและเงินมักจะพุ่งทำจุดสูงสุดก่อนเพื่อดูดซับสภาพคล่อง หลังจากนั้นเม็ดเงินถึงจะไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
- ตอนนี้ BTC กำลังแยกตัวออกจากความสัมพันธ์ทางสถิติกับทองคำและหุ้น ซึ่งในอดีตเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นตอน BTC ราคาต่ำกว่า $1,000 ก่อนที่จะพุ่งทะยานเป็น 10 เท่า
- สัดส่วน GOLD/BTC ส่งสัญญาณ สังเกตได้จากค่า RSI ของกราฟสัดส่วน GOLD/BTC แตะเส้นแนวโน้มขาลงเป็นครั้งที่ 5 ในประวัติศาสตร์ ซึ่ง 4 ครั้งก่อนหน้านี้ (ปี 2011, 2015, 2018, 2022) คือสัญญาณจบตลาดหมีและเตรียมตัวเป็นขาขึ้นรอบใหญ่เสมอ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากว่า ตลาดหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ราคาทองคำ (Gold) วิ่งทำจุดสูงสุดเหนือ $5,500 ทิ้งห่าง Bitcoin ที่ยังแกว่งตัวอยู่แถว $71,000 แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่านี่คือโอกาส เพราะปัจจุบันตลาดทองคำกลังเผยให้เห็น 3 สัญญาณที่บ่งชี้ว่า เมื่อเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยจนอิ่มตัว มักจะหมุนกลับมาดัน BTC ให้พุ่งแรงเสมอ
หากเราย้อนกลับไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดทุนช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนกำลังหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดของสงคราม ส่งผลให้ราคาทองคำวิ่งทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ATH) เหนือระดับ $5,500 ต่อออนซ์ไปเป็นที่เรียบร้อย แม้ปัจจุบันจะย่อตัวลงมาพักฐานแถวๆ $5,100 ก็ตาม
ในทางกลับกัน “ทองคำดิจิทัล” อย่าง Bitcoin กลับทำผลงานได้ตามหลัง โดยปัจจุบันราคายังคงแกว่งตัวอยู่ที่ระดับประมาณ $71,221 ต่ำกว่าจุดสูงสุดเกือบ 50% สภาพตลาดแบบนี้ทำให้ BTC ร่วงลงมาต่ำกว่าจุดที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับทองคำ แต่นี่อาจเป็นโอกาสเพราะเมื่อทองคำเริ่มพักตัวและนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง ประวัติศาสตร์มักจะบอกกับเราว่า เงินทุนเหล่านั้นกำลังจะไหลกลับเข้ามาหา Bitcoin
1.สถิติปี 2020 หวนคืน ! เมื่อทองคำวิ่งนำ Bitcoin จะตามมาเสมอ
สำหรับมุมมองเชิงเศรษฐกิจมหภาค ปกติแล้วทองคำและเงินมักจะทำจุดสูงสุดก่อนที่ Bitcoin จะวิ่งตาม หากเราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในเดือนมีนาคมปี 2020 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้อัดฉีดสภาพคล่องจำนวนมหาศาลเข้าสู่ตลาด เม็ดเงินเหล่านั้นไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเป็นอันดับแรก ดันให้ราคาทองคำพุ่งจากประมาณ $1,450 เป็น $2,075 ภายในเดือนสิงหาคม ส่วนแร่เงินก็กระโดดจาก $12 เป็น $29 ภายใน 5 เดือน
ในขณะที่ Bitcoin กลับทรงตัวนิ่งๆ อยู่ระหว่าง $9,000 ถึง $12,000 แต่หลังจากที่โลหะมีค่าทำจุดสูงสุด เม็ดเงินก็เริ่มหมุนเวียนเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ Bitcoin พุ่งทะยานจาก $12,000 ไปแตะ $64,800 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 5.5 เท่า
ปัจจุบันเรากำลังเห็นรูปแบบที่คล้ายกัน ทองคำทำสถิติสูงสุดทะลุ $4,500 และเงินปรับตัวขึ้นทะลุ $120 ดอลลาร์ ขณะที่ BTC ยังซึมๆ นักวิเคราะห์ชี้ว่ารอบนี้เรามีเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม ทั้งการอัดฉีดสภาพคล่องรอบใหม่, การคาดการณ์ลดดอกเบี้ย, Spot Crypto ETF, และนโยบายรัฐบาลที่เป็นมิตรขึ้น การที่ทองคำวิ่งนำไปก่อนจึงเป็นเพียงรอบการหมุนเวียนของเงินทุนครับ
2.ราคา Bitcoin แยกตัวออกจากทองคำและหุ้นคือ สัญญาณการพุ่งขึ้น
สัญญาณสำคัญลำดับต่อมาคือ นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง PlanB ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบัน Bitcoin กำลังฉีกตัวออกจากความสัมพันธ์เชิงสถิติเดิมที่เคยมีกับทั้งทองคำและตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หากเราย้อนดูประวัติศาสตร์ การแยกตัวในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อตอนที่ Bitcoin ยังซื้อขายกันในราคาต่ำกว่า $1,000 ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น ราคาของมันก็พุ่งทะยานขึ้นไปมากกว่า 10 เท่าเลยทีเดียว

แม้นักวิเคราะห์จะเตือนว่า ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและผลลัพธ์อาจไม่ซ้ำรอยเดิมเป๊ะๆ 100% แต่การแยกตัวของราคาในปัจจุบันก็สะท้อนให้เห็นว่า Bitcoin กำลังสร้างเทรนด์ของตัวเองโดยไม่อิงกับทิศทางของสินทรัพย์ดั้งเดิม
3.สัดส่วน GOLD/BTC ตัวบ่งชี้จุดต่ำสุดของตลาด
สัญญาณตัวสุดท้ายมาจากมุมมองทางเทคนิค หากเราพิจารณากราฟสัดส่วน GOLDBTC บน TradingView นักวิเคราะห์ชื่อดัง Gert van Lagen ได้เน้นย้ำถึงความน่าสนใจของค่า RSI
ปัจจุบันอินดิเคเตอร์ตัวดังกล่าว กำลังปรับตัวลงมาแตะเส้นแนวโน้มขาลงที่สำคัญเป็นครั้งที่ 5 ในประวัติศาสตร์ สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ ใน 4 ครั้งก่อนหน้านี้ (ปี 2011, 2015, 2018 และ 2022) เหตุการณ์นี้มักจะตรงกับจุดต่ำสุดของตลาดหมีครั้งใหญ่เสมอ และทุกครั้งจะตามมาด้วยการที่ราคา Bitcoin กลับมาแข็งแกร่งกว่าทองคำอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้น

หากรูปแบบทางประวัติศาสตร์นี้ยังคงดำเนินต่อไป สถานการณ์ที่ดูเหมือนน่าเบื่อในปัจจุบันอาจเป็นเพียงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเพื่อเตรียมเวทีให้ Bitcoin กลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่อีกครั้ง
มุมมองของผู้เขียน: ช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น มักจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการลงทุนเสมอ สภาพคล่องมหาศาลที่เคยไหลเข้าสู่ทองคำในวันนี้ คือเม็ดเงินก้อนโตที่รอจังหวะหมุนเข้าสู่ตลาดคริปโตในวันข้างหน้า เมื่อกลุ่มโลหะมีค่าเริ่มพักตัวและนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง เราอาจจะได้เห็นการพุ่งทะยานครั้งใหญ่ของ Bitcoin อีกครั้ง
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน ข้อมูลที่นำเสนอ รวมถึงสถิติในอดีต สัญญาณทางเทคนิค และรูปแบบราคาต่างๆ เป็นเพียงการวิเคราะห์ตามมุมมองของนักวิเคราะห์บางกลุ่ม ซึ่งไม่มีความแน่นอนและไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคตเสมอไป
ที่มา:yahoo.finance

