สรุปข่าว
- ค่าระวางเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นกว่า 650 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 3 แสนดอลลาร์ต่อวัน สูงสุดในรอบหลายปี สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก
- กาตาร์ประกาศหยุดผลิตและงดส่งมอบก๊าซกะทันหันเนื่องจากความไม่สงบ ซ้ำเติมวิกฤตอุปทานโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว
- โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกันเส้นทางขนส่งและค้ำประกันความเสี่ยง หวังลดความตื่นตระหนกและพยุงราคาไม่ให้พุ่งสูงจนเกินควบคุม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
วิกฤตด้านอุปทานพลังงานที่รุนแรงและต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น จะส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอย่างทองคำและ Bitcoin เพื่อหนีเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน
ตลาดขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวโลกกำลังเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่ออัตราค่าระวางเรือสำหรับขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวสมัยใหม่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 650 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน จากเดิมที่เคยอยู่ที่ระดับประมาณ 4 หมื่นดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุดตัวเลขได้ดีดตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 3 แสนดอลลาร์ต่อวัน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 10 ล้านบาท
ทำเอาบรรดาผู้ค้าก๊าซทั่วโลกต่างต้องวิ่งเต้นเพื่อแย่งชิงโควตาเรือกันอย่างจ้าละหวั่น ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจนเริ่มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อมูลล่าสุดจากรายงานประจำสัปดาห์ของ Fearnleys บริษัทนายหน้าค้าเรือชั้นนำระบุว่า อัตราค่าเช่าเรือแบบทันทีสำหรับเรือบรรทุกขนาด 1 แสน 7 หมื่น 4 พันลูกบาศก์เมตร ในเส้นทางสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาไปยังยุโรป ได้พุ่งขึ้นไปแตะ 3 แสนดอลลาร์ต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่า 2 แสน 6 หมื่นดอลลาร์เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับเส้นทางจากอ่าวเม็กซิโกไปยังตลาดเอเชียสำคัญอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ที่ราคาพุ่งจาก 4 หมื่น 2 พันดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 3 แสนดอลลาร์เช่นกัน ซึ่งทาง Fearnleys เปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าผู้เช่าเหมาลำต้องยอมจ่ายแพงขึ้นถึง 10 เท่าเพื่อให้ได้เรือมาครอบครองทันที เนื่องจากตลาดกำลังหวาดกลัวต่อภาวะชะงักงันของการไหลเวียนก๊าซจากตะวันออกกลาง
สาเหตุหลักของวิกฤตราคาครั้งนี้มาจากการที่กาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ตัดสินใจระงับการผลิตและประกาศเหตุสุดวิสัยแก่ผู้ซื้อบางราย อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ส่งผลให้การจราจรทางน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซแทบจะกลายเป็นอัมพาตจากความกังวลด้านความปลอดภัย โดยปกติแล้วกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ครองสัดส่วนการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรวมกันถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของอุปทานโลก การหยุดชะงักครั้งนี้จึงสร้างแรงกระเพื่อมรุนแรงทันทีต่อตลาดพลังงาน ทำให้ผู้ซื้อต้องหันไปพึ่งพาแหล่งผลิตที่ไกลขึ้นอย่างสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือแอฟริกาตะวันตก ซึ่งยิ่งทำให้ระยะเวลาการเดินทางเพิ่มขึ้นและซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนเรือ
สถานการณ์ตึงเครียดนี้ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวแบบส่งมอบทันทีในเอเชียพุ่งขึ้นแตะระดับ 25.40 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 23.80 ดอลลาร์ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศว่าสหรัฐฯ พร้อมจะให้การค้ำประกันความเสี่ยงทางการเมืองและส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกพลังงานที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด แม้จะมีข่าวดีจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ แต่ราคาก๊าซในปัจจุบันก็ยังคงสูงเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต สะท้อนให้เห็นว่าตลาดพลังงานโลกกำลังอยู่ในภาวะตึงตัวและเปราะบางอย่างยิ่ง
ที่มา: oilprice
วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นของจริงที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขนาดนี้ย่อมส่งผ่านต้นทุนมายังราคาสินค้าและค่าไฟฟ้าทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในมุมของการลงทุน ช่วงเวลาที่โลกปั่นป่วนและเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานจ่อคอหอยแบบนี้ สินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin มักจะได้รับความสนใจในฐานะหลุมหลบภัย ต้องรอดูกันว่ามาตรการของทรัมป์จะเอาอยู่หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการซื้อเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

