สรุปข่าว
- Ripple Prime แพลตฟอร์มการเงินระดับสถาบันของ Ripple เปิดให้บริการซื้อขายฟิวเจอร์สคริปโตจาก Coinbase Derivatives อย่างเป็นทางการ
- รองรับสัญญาฟิวเจอร์สทั้ง BTC, ETH, SOL และ XRP ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผ่านการหักบัญชีจาก Nodal Clear ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC สหรัฐฯ
- เป็นการต่อยอดจากการทุ่มเงินกว่า 1.25 พันล้านดอลลาร์เข้าซื้อ Hidden Road (เปลี่ยนชื่อเป็น Ripple Prime) และกว้านซื้อกิจการอื่นๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเงินสถาบันแบบครบวงจร
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Ripple เดินเกมรุกหนัก ดึงฟิวเจอร์สคริปโทฯ จาก Coinbase มาเปิดให้เทรดบน Ripple Prime แพลตฟอร์มระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดทางให้สถาบันใหญ่เทรดทำกำไร BTC, ETH, SOL และ XRP ได้อย่างปลอดภัยภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเสี่ยงถือเหรียญจริง ตอกย้ำภาพจำใหม่ของ Ripple ที่ซุ่มทุ่มเงินกว้านซื้อกิจการระดับพันล้านมาตลอดปี เพื่อปั้นตัวเองให้เป็น One-Stop Service สำหรับลูกค้าสถาบัน
บริษัทบล็อกเชนชื่อดังอย่าง Ripple ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย XRP Ledger ได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ลูกค้าสถาบันบนแพลตฟอร์ม Ripple Prime สามารถทำการเทรดคริปโตฟิวเจอร์สทั้งหมดที่ลิสต์อยู่บน Coinbase Derivatives ได้แล้ว
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้นักลงทุนสถาบันมีช่องทางใหม่ในการเข้าถึงตลาดอนุพันธ์คริปโตที่ได้รับการควบคุมดูแลภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ (CFTC)
สำหรับผลิตภัณฑ์ฟิวเจอร์สที่เปิดให้บริการนั้น ยังรวมถึงสัญญาขนาดเล็กอย่าง Nano Bitcoin (BTC) และ Nano Ether (ETH) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดปริมาณเงินทุนที่ต้องใช้ในการเทรดลง
นอกจากนี้ Coinbase ยังมีฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับ Solana และ XRP ทั้งในขนาดมาตรฐานและขนาดเล็กให้บริการอีกด้วย โดยมี Nodal Clear เป็นคนคอยหักบัญชีเพื่อคอยการันตีความปลอดภัย
บริการใหม่นี้ถูกสร้างต่อยอดมาจาก Hidden Road ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าและตัวแทนซื้อขายฟิวเจอร์สที่ Ripple ทุ่มเงินซื้อกิจการมาด้วยมูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันบริษัทนี้ดำเนินงานในชื่อ Ripple Prime โดยให้บริการทั้งด้านนายหน้า การชำระราคา และบริการทางการเงินครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภท
แต่ Ripple ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น พวกเขายังได้ทำการกว้านซื้อบริษัทต่างๆ มาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัทชำระเงิน Stablecoin มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ (Rail), ระบบบริหารเงินคงคลัง (GTreasury) และกระเป๋าเงินคริปโทสำหรับองค์กร (Palisade) แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองเป็นบริการทางการเงินดิจิทัลแบบ One-Stop Service
มุมมองผู้เขียน: ต่อจากนี้ เชื่อว่าตลาดคริปโทฯ น่าจะเริ่มมอง Ripple และ XRP ในมุมมองที่เปลี่ยนไป เพราะตอนนี้พวกเขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่กุมโครงสร้างพื้นฐานระดับล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว และที่น่าจับตาที่สุดคือ สเตปต่อไปหากเหรียญ Stablecoin ตัวใหม่ของพวกเขาอย่าง RLUSD ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนสภาพคล่องในแพลตฟอร์มนี้ด้วย จะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับเครือข่าย XRP Ledger ได้มากมายขนาดไหน
ที่มา:coindesk

