สรุปข่าว
- Trump ประกาศต่อสาธารณะว่า “จะไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน นอกจากการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข” ส่งสัญญาณยกระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น
- ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $90 ต่อบาร์เรลทันที นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลก
- ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันจากสภาวะ risk-off ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจดึง Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นให้ร่วงลงต่อ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุ $90 ต่อบาร์เรลจะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจต้องคงนโยบายดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดตึงตัวและนักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโต ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังเพิ่มความผันผวนของตลาดโดยรวม
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมาประกาศจุดยืนแข็งกร้าวต่ออิหร่านว่า “จะไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน นอกจากการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข” ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ผลที่ตามมาคือราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุระดับ $90 ต่อบาร์เรลทันที นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี สะท้อนให้เห็นว่าตลาดพลังงานโลกรับรู้ถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเคลื่อนไหวของ Trump ครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับจากท่าทีเดิมสู่คำขาดที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มวิกฤตตะวันออกกลางรอบล่าสุด

จากคำเตือนสู่คำขาด สัญญาณที่ตลาดรับไม่ได้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $86 ต่อบาร์เรล พร้อมกับคำเตือนจากกาตาร์ที่ชี้ว่าราคาอาจแตะ $150 ได้ อ่านข่าวเดิม แต่การประกาศ “ไม่มีข้อตกลงนอกจากยอมแพ้” ของ Trump ในครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนระดับของความตึงเครียดอีกขั้น เพราะไม่ใช่แค่การตอบโต้ทางการทูต แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ ไม่ได้มองหาโต๊ะเจรจาอีกต่อไป
ตลาดน้ำมันตอบสนองด้วยการดีดตัวอย่างรุนแรง เพราะหากการเจรจาสิ้นสุดลงจริง ความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลกก็เพิ่มขึ้นทันที สอดคล้องกับที่ Siam Blockchain เคยรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมคุ้มกันเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกองทุน DFC ยังขาดวงเงินประกันภัยเรืออีกกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ชี้ว่าตลาดกำลังกำหนดราคาสำหรับสถานการณ์ที่ไม่มีทางออกทางการทูตแล้ว
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต เมื่อน้ำมันแพงและ risk-off กลับมาพร้อมกัน
น้ำมันที่ $90 ต่อบาร์เรลไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ขับรถ แต่มันส่งผลลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และท้ายที่สุดคืออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก เมื่อเงินเฟ้อกลับมาสูง ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็มีเหตุผลน้อยลงที่จะลดดอกเบี้ย และเมื่อดอกเบี้ยยังสูง สภาพคล่องในระบบก็ตึงตัว ผลลัพธ์ที่นักลงทุนคริปโตต้องระวังคือแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงที่อาจรุนแรงขึ้นในระยะสั้น
นอกจากนี้ สภาวะ risk-off ที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์มักทำให้นักลงทุนสถาบันเคลื่อนเงินออกจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin ไปสู่สินทรัพย์ที่มั่นคงกว่าอย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือทองคำ แม้ว่าบางครั้ง Bitcoin จะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง แต่ในสภาวะที่ตลาดหวาดกลัวจริงๆ มันมักร่วงลงพร้อมกับหุ้นก่อนจะฟื้นตัวกลับมาในภายหลัง
อิหร่านและตะวันออกกลาง ปมที่ยังไม่คลี่คลาย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติ 212-219 ปัดตกมติสงครามต่ออิหร่าน ซึ่งตอนนั้นดูเหมือนจะลดความเสี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารได้ชั่วคราว แต่คำประกาศของ Trump ในวันนี้ทำให้ภาพรวมเปลี่ยนไป เพราะแม้สภาฯ จะไม่อนุมัติปฏิบัติการทางทหารอย่างเป็นทางการ ประธานาธิบดีก็ยังมีอำนาจทางการทูตและมาตรการคว่ำบาตรในการกดดันอิหร่านได้อีกมาก และการที่รัสเซียถูกรายงานว่าส่งข้อมูลเป้าหมายให้อิหร่านเพื่อโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ก็ยิ่งทำให้ความซับซ้อนของวิกฤตนี้เพิ่มขึ้นอีก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำประกาศ “ยอมแพ้หรือไม่มีดีล” ของ Trump นี้ฟังดูแข็งกร้าวมากเกินกว่าจะเป็นแค่การต่อรอง มันอาจเป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดรู้ว่าอย่าคาดหวังการคลี่คลายของวิกฤตตะวันออกกลางในระยะสั้น สำหรับนักลงทุนคริปโต ผู้เขียนคิดว่าสิ่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้คือว่าราคาน้ำมัน Brent จะสามารถยืนเหนือ $90 ได้หรือไม่ เพราะถ้าราคาน้ำมันยืนระดับนี้ได้ต่อเนื่อง มันจะเริ่มกดดันการคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนั่นคือปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริงสำหรับตลาดคริปโตในช่วงเดือนหน้า

