bitkub-banner

สภาสหรัฐฯ ปัดตกมติทำสงครามอิหร่าน ลดเสี่ยงปะทะ ตลาดหายใจโล่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติปัดตกมติอำนาจสงครามต่ออิหร่านด้วยคะแนน 212-219 ลดโอกาสที่สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการทางทหารในทันที
  • การลงมติครั้งนี้ส่งสัญญาณว่ารัฐสภาสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมมอบอำนาจการทำสงครามเต็มรูปแบบ แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยังคงสูงอยู่
  • แม้ผลลัพธ์นี้จะเป็นบวกในระยะสั้นสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง แต่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังไม่ได้ยุติลง ต้องติดตามพัฒนาการต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่สภาผู้แทนฯ ปัดตกมตินี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการยกระดับความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในทันที ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกเล็กน้อยต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบยังจำกัดเนื่องจากเป็นเพียงขั้นตอนทางนิติบัญญัติ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โดยรวม

เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติปัดตกมติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) ที่มุ่งจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ด้วยคะแนนเสียง 212 ต่อ 219 ตามรายงานจาก Crypto Rover ผลลัพธ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกเล็กน้อยสำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากลดโอกาสที่สหรัฐฯ จะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในระยะเวลาอันใกล้ แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางโดยรวมยังคงมีอยู่ก็ตาม

ภาพอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ทำการของสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังมีการโหวตลงมติในข่าว
ภาพอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ทำการของสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังมีการโหวตลงมติในข่าว (ภาพจาก: @CryptoRover)

มติปัดตกอำนาจสงครามหมายความว่าอย่างไร

มติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) เป็นกลไกที่รัฐสภาสหรัฐฯ ใช้เพื่อควบคุมหรือจำกัดการใช้กำลังทหารของประธานาธิบดีโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา การที่มตินี้ถูกปัดตกด้วยคะแนนที่สูสี 212-219 บ่งชี้ว่าสมาชิกสภาฯ ส่วนใหญ่เพียงเล็กน้อยไม่ต้องการยกระดับการมีส่วนร่วมทางทหารต่ออิหร่านในทันที

อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นย้ำว่าผลโหวตที่สูสีแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าความคิดเห็นในรัฐสภายังแตกแยก และสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้หากเกิดเหตุการณ์ใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะในบริบทที่ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังพิจารณาลดความถี่ของการโจมตีเนื่องจากคลังอาวุธที่ลดลง ตามบทความ ที่รายงานไปก่อนหน้านี้

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในช่วงที่ผ่านมาตลาดคริปโตได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางหลายเหตุการณ์ ทั้งการระเบิดของเรือบรรทุกน้ำมันใกล้คูเวต และสัญญาณภัยคุกคามระดับสูงของกาตาร์ ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ การลงมติปัดตกมติสงครามของสภาผู้แทนฯ จึงช่วยบรรเทาความกังวลในระยะสั้นในแง่ของการยกระดับความขัดแย้งโดยตรงจากสหรัฐฯ

ในภาวะที่ตลาดกังวลเรื่องสงคราม นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Altcoin เพื่อถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อความเสี่ยงนี้ลดลงบ้าง แม้จะไม่หายไปทั้งหมด ก็อาจหนุนให้ sentiment ของตลาดปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ต้องระวังปัจจัยกดดันอื่นที่ยังมีอยู่ เช่น ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่พุ่งทะลุ $80 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและดึงให้ตลาดเป็นขาลงอยู่ดี

ต้องจับตาอะไรต่อจากนี้

แม้สภาผู้แทนฯ จะปัดตกมตินี้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะสิ้นสุดลง ประธานาธิบดียังคงมีอำนาจดำเนินการทางทหารบางอย่างในกรอบที่มีอยู่ สิ่งที่นักลงทุนคริปโตต้องติดตามคือพัฒนาการในทะเลตะวันออกกลาง ท่าทีของอิหร่านต่อกลุ่มผู้รับมอบฉันทะในพื้นที่ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายดอกเบี้ยและราคาสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกเล็กน้อยในแง่ที่ว่าสภาฯ สหรัฐฯ ยังไม่ยอมเปิดไฟเขียวให้ทำสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน แต่คะแนนที่สูสีแค่ 7 เสียงนี่แหละที่น่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะมันแปลว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรอีกสักอย่างในตะวันออกกลาง ผลลัพธ์อาจพลิกได้ทุกเมื่อ ตลาดคริปโตช่วงนี้ยังต้องเล่นแบบระวังตัวไว้ก่อน เพราะมีทั้งเรื่องน้ำมันแพง ความตึงเครียดตะวันออกกลาง และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่ยังกดดันอยู่ ข่าวนี้แค่ลดความเสี่ยงลงนิดหน่อย ไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง