สรุปข่าว
- สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังพิจารณาลดความถี่ในการโจมตีอิหร่าน เนื่องจากสต็อกอาวุธเริ่มร่อยหรอ เพื่อยืดระยะเวลาปฏิบัติการทางทหารให้ยาวนานขึ้น
- การลดความถี่โจมตีนี้ไม่ใช่การยุติสงคราม แต่สะท้อนข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ทางทหารที่กระทบการวางแผนยุทธศาสตร์ในภูมิภาค
- นักลงทุนจับตาว่าสัญญาณผ่อนคลายนี้จะช่วยดึงเงินทุนกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตได้หรือไม่ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวสูง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
สัญญาณการลดความเข้มข้นของการโจมตีอาจช่วยลดความกลัวของนักลงทุนในระยะสั้น ทำให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนในภูมิภาคยังสูง เพราะยังไม่มีการหยุดยิงอย่างเป็นทางการ ทำให้ผลบวกนี้จำกัดอยู่ในระดับปานกลาง
ในช่วงดึกของวันที่ 6 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย มีรายงานจาก Crypto Rover อ้างอิงสำนักข่าว i24 ว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังพิจารณาลดความถี่ในการโจมตีอิหร่าน หลังจากสต็อกอาวุธของทั้งสองประเทศเริ่มร่อยหรอลงจากการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยการตัดสินใจนี้มีเป้าหมายเพื่อยืดระยะเวลาปฏิบัติการทางทหารให้สามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว มากกว่าการถอนตัวออกจากความขัดแย้ง นี่นับเป็นสัญญาณที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย

ข้อจำกัดอาวุธบังคับให้ต้องลดความเข้มข้น
การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องพิจารณาลดความถี่โจมตีนั้น ไม่ใช่เรื่องของเจตจำนงทางการเมือง แต่เป็นข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ทางทหารที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การโจมตีอย่างหนักและต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้คลังแสงของทั้งสองฝ่ายลดลงอย่างรวดเร็ว จนต้องวางแผนใหม่เพื่อให้สามารถรักษาแรงกดดันทางทหารได้ในระยะยาว แทนที่จะทุ่มหมดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์ทางทหารมองว่าการลดความถี่โจมตีในลักษณะนี้อาจเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาหรือการหยุดยิงชั่วคราว แม้ยังไม่มีสัญญาณอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลทั้งสองฝ่าย ขณะที่อิหร่านเองก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หลังจากที่ Siam Blockchain รายงานเมื่อก่อนหน้านี้ว่า อิหร่านตั้งผู้นำสูงสุดชั่วคราวแล้ว หลังคาเมเนอีเสียชีวิต
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง
สัญญาณการลดความเข้มข้นของสงครามถือเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต เพราะนักลงทุนมักหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเมื่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรง การที่ความถี่การโจมตีอาจลดลงช่วยบรรเทาความกลัวในระยะสั้น และอาจเป็นแรงดึงดูดให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบอื่นๆ ยังคงกดดันอยู่ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ Siam Blockchain รายงานว่า พุ่งเกิน $80 ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 13 เดือน ซึ่งยังสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อต่อเศรษฐกิจโลกอยู่
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า นักเทรด Futures พอร์ตแตกสูญเงินรวม $570 ล้าน ภายใน 24 ชั่วโมงหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน และ คริปโตไหลออกจากอิหร่านพุ่ง 700% สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดคริปโตมาตลอด หากสถานการณ์ผ่อนคลายลงจริง อาจเป็นโอกาสให้ตลาดฟื้นตัวบางส่วน แม้ยังต้องจับตาพัฒนาการรายวันอย่างใกล้ชิด
ยังเร็วเกินไปที่จะมองว่าความขัดแย้งใกล้จบ
นักวิเคราะห์เตือนว่าการลดความถี่โจมตีอาจเป็นเพียงการปรับยุทธวิธีชั่วคราว ไม่ใช่สัญญาณการยุติสงคราม ภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดในหลายจุด ทั้งความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย เส้นทางพลังงาน และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีรายงานล่าสุดจาก Siam Blockchain เกี่ยวกับ กาตาร์ที่ประกาศระดับภัยคุกคามสูง และ เหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันใกล้คูเวต ซึ่งบ่งชี้ว่าความเสี่ยงในภูมิภาคยังไม่ได้ลดลง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกเล็กๆ ที่พอให้ตลาดหายใจได้บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะฉลองกันได้ เพราะการลดความถี่โจมตีนั้นมาจากข้อจำกัดด้านอาวุธ ไม่ใช่ความตั้งใจที่จะเจรจาสันติภาพ สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้คือ อิหร่านจะโต้กลับในช่วงที่ฝั่งสหรัฐฯ-อิสราเอลกำลัง “เบรก” หรือเปล่า และทั้งสองฝ่ายจะใช้เวลานี้เติมคลังแสงเพื่อกลับมาโจมตีหนักกว่าเดิมไหม ถ้าเกิดแบบนั้นตลาดคงไม่สวยแน่

