สรุปข่าว
- ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $80 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน เพิ่มขึ้นกว่า 45% นับตั้งแต่เดือนธันวาคม
- ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ คาดว่าจะพุ่งเกิน $3.30 ต่อแกลลอน เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
- ต้องจับตาว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะตอบสนองอย่างไร เพราะหากลดดอกเบี้ยช้าลงจะส่งผลให้นักลงทุนหันหนีสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นสัญญาณของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปอีก เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรยังสูงและสภาพคล่องตึงตัว นักลงทุนมักลดความเสี่ยงโดยเทขายสินทรัพย์อย่าง Bitcoin และ Altcoin ออกก่อน
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $80 ต่อบาร์เรลในช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งระบุว่าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 45% นับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยผลพวงที่ตามมาทันทีคือราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะขึ้นเกิน $3.30 ต่อแกลลอน สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

น้ำมันพุ่ง 45% ใน 3 เดือน เงินเฟ้อกลับมาหลอกหลอนอีกรอบ
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนพื้นฐานของทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การขนส่ง การผลิต ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เมื่อราคาน้ำมันขึ้น ต้นทุนทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจก็มักจะขยับตาม ซึ่งหมายความว่าตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ในเดือนถัดไปอาจพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
สถานการณ์นี้มาในจังหวะที่ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังลุ้นว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยเมื่อไหร่ หากเงินเฟ้อกลับมาร้อนแรงอีกครั้งจากราคาพลังงาน Fed ก็ยิ่งมีเหตุผลที่จะรั้งดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงนานขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต เมื่อสภาพแวดล้อมเป็นขาลงความเสี่ยง
ตลาดคริปโตมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาวะความเสี่ยงในตลาดการเงินโดยรวม เมื่อใดก็ตามที่นักลงทุนเริ่มกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย พวกเขามักจะลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Altcoin ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อเพิ่มสัดส่วนเงินสดหรือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในยามดอกเบี้ยสูง
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดคริปโตเผชิญกับปัจจัยลบหลายด้านพร้อมกัน ทั้งข่าวภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ความตึงเครียดเรื่องภาษีนำเข้า และตอนนี้ยังมีน้ำมันแพงมาเป็นตัวแปรเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า การระเบิดของเรือบรรทุกน้ำมันใกล้คูเวตส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งและกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนไปก่อนหน้านี้แล้ว การที่ราคาน้ำมันยังคงขยับขึ้นต่อเนื่องทะลุ $80 จึงยิ่งตอกย้ำแรงกดดันด้านลบให้ตลาดคริปโต
อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกบ้างในฝั่งคริปโต เช่น ข้อมูลจาก Messari ที่ชี้ว่ากระแสเงินไหลเข้า Stablecoin ฟื้นตัวกลับมาที่ $1.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง Siam Blockchain รายงานไว้ก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่ายังมีเงินรอเข้าตลาดอยู่ แต่ความเสี่ยงมหภาคจากน้ำมันแพงอาจทำให้เงินก้อนนั้นยังไม่กล้าเข้า
จับตา Fed และตัวเลขเงินเฟ้อรอบถัดไป
ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือการตอบสนองของ Fed ต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่กลับมา หากตัวเลข CPI ในรอบถัดไปออกมาสูงกว่าคาด ตลาดจะเริ่มตัดราคาการลดดอกเบี้ยออกจากการคาดการณ์ ซึ่งจะกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโตอย่างหนัก นอกจากนี้ยังต้องดูว่าราคาน้ำมันจะยืนเหนือ $80 ได้นานแค่ไหน หรือจะมีปัจจัยเข้ามาสกัดการขึ้นราคาหรือไม่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวน้ำมันทะลุ $80 รอบนี้น่ากังวลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องราคาพลังงานอย่างเดียว แต่มันส่งผลต่อแนวคิดทั้งหมดที่ตลาดคริปโตสร้างความหวังไว้ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ ถ้าเงินเฟ้อกลับมาร้อนเพราะน้ำมัน Fed ก็มีเหตุผลที่จะรอออกไป และนั่นแหละคือสิ่งที่ตลาดคริปโตไม่อยากเจอที่สุดตอนนี้ สิ่งที่อยากให้จับตาคือตัวเลข CPI เดือนหน้าและท่าทีของ Fed ในการประชุมครั้งต่อไป ถ้าสองตัวนี้ออกมาในทางลบพร้อมกัน อาจเห็นแรงขายในตลาดคริปโตที่รุนแรงกว่าที่คาด

