bitkub-banner

Trump สั่งผลิตอาวุธเพิ่ม 4 เท่า ลั่นมีกระสุนไม่จำกัดพร้อมรับมืออิหร่าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Trump ประกาศให้บริษัทป้องกันประเทศชั้นนำของสหรัฐฯ เพิ่มกำลังผลิตอาวุธให้ได้ 4 เท่าเพื่อบรรลุ “ระดับปริมาณสูงสุด”
  • Trump ยืนยันว่าสหรัฐฯ มีกระสุนระดับกลางและระดับกลางบนอย่าง “แทบไม่จำกัด” พร้อมใช้งานในสถานการณ์อิหร่าน
  • สัญญาณการเพิ่มกำลังทหารนี้มาพร้อมกับความตึงเครียดที่สะสมมาต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมันพุ่ง น้ำมันดิบ Brent เกิน $90 และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์รอบอ่าวเปอร์เซีย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ Trump ส่งสัญญาณเพิ่มกำลังทหารและอ้างว่ามีศักยภาพไม่จำกัดในการรับมืออิหร่านจะผลักดันให้ตลาดเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นักลงทุนมักย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเมื่อความตึงเครียดทางทหารสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีการปะทะจริง ผลกระทบอาจอยู่ในวงจำกัดระยะสั้น

เมื่อช่วงดึกวันที่ 7 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศว่าบริษัทป้องกันประเทศรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะเพิ่มกำลังผลิตอาวุธถึง 4 เท่าเพื่อให้บรรลุ “ระดับปริมาณสูงสุด” พร้อมกันนี้ Trump ยังยืนยันว่าสหรัฐฯ มีกระสุนระดับกลางและระดับกลางบนอย่าง “แทบไม่จำกัด” พร้อมนำมาใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน การประกาศครั้งนี้มาในช่วงที่ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปเกิน $90 ต่อบาร์เรล และสหรัฐฯ ได้ส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกันเรือในช่องแคบ Hormuz แล้ว

สกรีนช็อตข้อความจากโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ที่กล่าวถึงการประชุมกับบริษัทผู้ผลิตอาวุธชั้นนำของสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ระดับกลางและระดับบน
สกรีนช็อตข้อความจากโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ที่กล่าวถึงการประชุมกับบริษัทผู้ผลิตอาวุธชั้นนำของสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ระดับกลางและระดับบน (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

สัญญาณเตรียมพร้อมรบที่ไม่ธรรมดา

การสั่งให้บริษัทป้องกันประเทศเพิ่มกำลังผลิตอาวุธถึง 4 เท่านั้นไม่ใช่เรื่องปกติ สัญญาณนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาล Trump กำลังเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อหรือรุนแรงกว่าที่คาด นอกจากนี้การที่ Trump เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ มีกระสุนระดับกลาง “แทบไม่จำกัด” ยังถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางจิตวิทยาไปยังอิหร่านโดยตรงว่าสหรัฐฯ พร้อมเต็มที่

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Trump ส่งสัญญาณท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่านด้วยคำขาด “ไม่มีดีล” ซึ่งทำให้น้ำมันดิบ Brent พุ่งเกิน $90 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี และล่าสุด ราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 16% ในรอบวันเดียวไปแตะ $91.50 ต่อบาร์เรล สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังรับรู้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งนี้อย่างจริงจัง ขณะที่ รัสเซียถูกกล่าวหาว่าส่งข้อมูลเป้าหมายให้อิหร่านเพื่อโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ในภาวะที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น ตลาดคริปโตมักได้รับแรงกดดันเนื่องจากนักลงทุนสถาบันจะลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงลงชั่วคราว ปัจจัยที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งจะผลักดันเงินเฟ้อให้กลับมา และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลังเลในการลดดอกเบี้ย สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในระยะกลาง

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าการประกาศของ Trump ครั้งนี้ยังคงเป็นการเตรียมพร้อมและการส่งสัญญาณ ยังไม่มีการโจมตีทางทหารจริงเกิดขึ้น ซึ่งต่างจากสถานการณ์ที่ตลาดจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทันที น่าสังเกตว่าเมื่อเร็วๆ นี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ ลงมติปฏิเสธมติอำนาจสงครามต่ออิหร่านด้วยคะแนน 212-219 สะท้อนว่าฝ่ายนิติบัญญัติยังพยายามยับยั้งการยกระดับความขัดแย้ง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการประกาศของ Trump ครั้งนี้คือการ “แสดงกล้ามทางทหาร” มากกว่าสัญญาณบอกว่าสงครามจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลจริงๆ คือสถานการณ์มันสะสมความเสี่ยงทีละขั้นโดยไม่มีใครตั้งใจจะให้มันระเบิด แล้วมันก็ระเบิดขึ้นมาเอง ตอนนี้มีหลายตัวแปรวิ่งพร้อมกัน ทั้งน้ำมันแพง รัสเซียเล่นงาน ช่องแคบ Hormuz ตึงเครียด และ Trump ที่พร้อมบึ้กตลอดเวลา สิ่งที่นักลงทุนคริปโตควรจับตาคือ ถ้าน้ำมันหลุด $95 ขึ้นไป หรือมีเหตุการณ์กระทบโดยตรงในช่องแคบ Hormuz นั่นแหละถึงจะเป็นจุดที่ตลาดคริปโตจะเจ็บหนักจริงๆ