bitkub-banner

ซาอุฯ ขู่ตอบโต้อิหร่านหากบุกโจมตีแหล่งพลังงาน ตลาดน้ำมันและคริปโตเตรียมเดือด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ซาอุดีอาระเบียออกคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงอิหร่านว่าพร้อมตอบโต้หากมีการโจมตีดินแดนหรือโครงสร้างพลังงานของตน
  • การเตือนครั้งนี้เพิ่มความตึงเครียดในตะวันออกกลางอีกระดับ ท่ามกลางสถานการณ์ที่สถาบันพลังงานของภูมิภาคเปราะบางอยู่แล้ว
  • นักลงทุนควรจับตาระดับราคาน้ำมันและความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต ซึ่งอาจถูกกดดันหากเกิดเหตุการณ์บานปลาย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การเตือนตอบโต้จากซาอุดีอาระเบียเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระดับที่อาจกระทบอุปทานน้ำมันโลก ซึ่งปกติแล้วจะกระตุ้นให้นักลงทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต ไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ หากความตึงเครียดยกระดับขึ้นอีก ตลาดคริปโตมีโอกาสปรับตัวลงจากแรงขายออกของนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 8 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider อ้างอิงรอยเตอร์ ซาอุดีอาระเบียได้ส่งสัญญาณเตือนอิหร่านอย่างชัดเจนว่าพร้อมตอบโต้หากถูกโจมตีในดินแดนของตนหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ภูมิภาคนี้เผชิญกับเหตุการณ์ทางการทหารและการเมืองหลายประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การประกาศของซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในท่าทีที่แข็งกร้าวที่สุดของรัฐอ่าวอาหรับรายใหญ่ที่สุดในโลกนับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น

ซาอุดีอาระเบียขีดเส้นแดงด้านพลังงาน

คำเตือนของซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งรวมถึงแหล่งผลิตน้ำมันขนาดใหญ่อย่าง Abqaiq และ Ras Tanura ที่เคยถูกโจมตีมาแล้วในปี 2562 ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Saudi Aramco หันเส้นทางขนส่งน้ำมันไปทางทะเลแดงท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่แห่งนี้กำลังเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

การเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ซับซ้อน เนื่องจากอิหร่านเองก็เพิ่งผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองสำคัญ โดย Siam Blockchain รายงานว่า อิหร่านได้แต่งตั้งผู้นำสูงสุดชั่วคราวแล้วหลังการสิ้นพระชนม์ของคาเมเนอี ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในอิหร่านยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการคำนวณผิดพลาดในระดับภูมิภาคมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวก็ได้ประกาศแผนการยึดน้ำมันอิหร่าน ตามที่ Siam Blockchain รายงานใน บทความเกี่ยวกับนโยบายของทำเนียบขาวต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้แรงกดดันต่อเตหะรานมาจากหลายทิศทางพร้อมกัน

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ความตึงเครียดระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่านส่งผลโดยตรงต่อตลาดการเงินโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านควบคุมอยู่เป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันโลกถึงประมาณ 20% ของปริมาณทั้งหมด หากเกิดการปะทะกันจริง ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นทันทีและกระตุ้นให้นักลงทุนทั่วโลกลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้าว่า เรือบรรทุกน้ำมันเริ่มหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังเริ่มรับรู้ความเสี่ยงเหล่านี้อยู่แล้ว

สำหรับตลาดคริปโตโดยตรง สถานการณ์แบบนี้มักกดดันให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนสถาบันมักโยกเงินไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น เราเห็นว่านักเทรดบางกลุ่มใช้แพลตฟอร์มอย่าง Hyperliquid เพื่อเปิดสถานะในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แทน ตามที่ Siam Blockchain รายงาน นอกจากนี้ ทองคำโทเคนบนเชน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความสนใจเมื่อเกิดวิกฤต ดังที่เห็นได้จาก ราคาทองคำโทเคนที่พุ่งทะลุ $5,400 ต่อออนซ์ ในช่วงก่อนหน้า


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเตือนของซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทูตเพื่อสร้างภาพ แต่เป็นสัญญาณที่ต้องติดตามอย่างจริงจัง เพราะซาอุฯ มีทั้งแรงจูงใจและความสามารถที่จะตอบโต้หากโครงสร้างพลังงานซึ่งเป็นหัวใจของประเทศถูกคุกคาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับตลาดคริปโตคือถ้าเกิดการปะทะจริง ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแรง เงินเฟ้อกลับมา และธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งทุกสถานการณ์เหล่านั้นล้วนเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด จุดที่ต้องจับตาต่อไปคืออิหร่านจะตอบสนองต่อคำเตือนนี้อย่างไร และสหรัฐฯ จะวางตัวอย่างไรในฐานะคนกลางที่ตัวเองก็มีเรื่องขัดแย้งกับอิหร่านอยู่

เครดิตภาพจาก @WhaleInsider