สรุปข่าว
- นายแทนคุณ จิตต์อิสระ นำทีมผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินคดีกับ “แอ็คมี่”
- ความเสียหายของคดีฉ้อโกงดังกล่าวสร้างความเสียหายรวมกันกว่า 1,386 ล้านบาท
- เบาะแสเผยว่าเจ้าตัวได้ทำการหลบหนีไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ พากลุ่มผู้เสียหายบุกกองปราบฯ ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายแอ็คมี่ นักธุรกิจชื่อดังและสามีของนางเอกสาว ในคดีหลอกลวงลงทุนเหรียญคริปโต WOWBiT และ ACT มูลค่าความเสียหายทะลุ 1,386 ล้านบาท กลโกงครั้งนี้อาศัยการสร้างโปรไฟล์เศรษฐีดูน่าเชื่อถือ พร้อมการันตีผลตอบแทนเกินจริงถึง 500 เท่า แต่สุดท้ายผู้ลงทุนกลับถอนเงินไม่ได้ก่อนที่เจ้าตัวจะหลบหนีไปยังต่างประเทศ
วงการคริปโตไทยได้เผชิญประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม นำกลุ่มผู้เสียหายเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินคดีกับนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นสามีของนางเอกระดับแถวหน้าของวงการ ในข้อหาหลอกลวงลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 1,386 ล้านบาท
นายแทนคุณ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหา หรือที่รู้จักกันในนาม “นายแอ็คมี่” ได้ทำการชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลชื่อ WOWBiT และ ACET ONLY (ACT) โดยนำเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงถึง 500 เท่าของเงินลงทุน
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดสัญญา ผู้เสียหายกลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ซึ่งทางนายแอ็คมี่ได้บ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าระบบถูกแฮ็ก และอ้างถึงปัญหาข้อกฎหมายการฟอกเงินระหว่างประเทศทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมได้
จากการสอบถามกลุ่มผู้เสียหายพบว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจร่วมลงทุน เกิดจากการที่ผู้ก่อเหตุสร้างโปรไฟล์ให้ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีที่ประสบความสำเร็จและมีฐานะร่ำรวย รวมถึงมักปรากฏภาพถ่ายร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อล่อลวงนักลงทุน
ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้สร้างความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ ผู้เสียหายบางรายต้องสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตที่เตรียมไว้ใช้เป็นค่ารักษาโรคร้าย และที่น่าสลดใจคือมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตลงก่อนที่จะได้รับเงินคืน นอกจากนี้เมื่อผู้เสียหายทวงถามความรับผิดชอบ กลับถูกข่มขู่ว่าหากฟ้องร้องก็ไม่มีทางชนะคดี ทั้งยังถูกด่าทออย่างรุนแรง
นายแทนคุณ ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทางอาญาหลายข้อหาหนัก ประกอบด้วย พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ทั้งนี้เบาะแสล่าสุดระบุว่า นายแอ็คมี่ ได้หลบหนีไปพำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หลังจากที่ถูกออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไปเมื่อปี 2568 แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ของผู้ถูกกล่าวหา ยังคงมีการเคลื่อนไหวและประกาศชักชวนประชาชนให้มาร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่องเสี่ยงต่อการที่จะมีประชาชนที่ยังไม่รับรู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม จึงต้องเร่งประสานงานติดตามตัวผู้กระทำผิดมารับโทษทางกฎหมายโดยเร็ว
ที่มา : คมชัดลึก
