สรุปข่าว
- อิหร่านแต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ กองทัพประกาศพร้อมรบยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันดิบ WTI ทะลุ $111 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี
- ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตาย สหรัฐฯ สั่งอพยพคนออกจากซาอุฯ ขณะที่ความขัดแย้งส่อเค้าบานปลายกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค
- ความหวังที่ Fed จะลดดอกเบี้ยพังทลายลงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อด้านพลังงาน กดดันให้ Bitcoin ถูกเทขายในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงจนราคาร่วงหลุด $66,000
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
วิกฤตสงครามอิหร่านที่ตึงเครียดหนักหลังได้ผู้นำคนใหม่ ‘โมจตาบา คาเมเนอี’ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายจนราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ $111 สถานการณ์นี้ดับฝันเรื่อง Fed ลดดอกเบี้ยลงอย่างสิ้นเชิงเพราะความกังวลด้านเงินเฟ้อทำให้ Bitcoin สูญเสียสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยและโดนเทขายร่วงหลุด $66,000 แม้ทรัมป์จะมองว่าเป็นเพียงต้นทุนชั่วคราว เพื่อแลกกับการกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ แต่นักลงทุนยังคงผวาหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง หลังสงครามอิหร่านล่วงเข้าสู่วันที่เก้า ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นแตะ $111.24 ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ Bitcoin ร่วงระเนระนาดหลุด $66,000 สะท้อนความหวาดผวาของนักลงทุนต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากจะคาดเดา
ชนวนเหตุสำคัญอยู่ที่การแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งมาพร้อมกับการประกาศกร้าวของกองทัพว่าพร้อมทำสงครามยืดเยื้ออย่างน้อยครึ่งปี การสืบทอดอำนาจครั้งนี้ไม่ได้นำมาซึ่งสันติสุข แต่กลับเป็นการส่งสัญญาณรบด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลขั้นสูงที่พร้อมถล่มเป้าหมายทุกเมื่อ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตาย ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่พลังงานอย่างสหรัฐอาหรับฯ (UAE) และคูเวตต้องหั่นกำลังการผลิตลงทันที เนื่องจากไม่มีช่องทางระบายของออก ขณะที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าทำลายคลังน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งลุกลามสู่จุดอันตราย เมื่อโดรนอิหร่านโจมตีโรงผลิตน้ำจืดในบาห์เรน ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของพลเรือนในคาบสมุทรอาหรับ พร้อมกับการที่สหรัฐฯ สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากซาอุดีอาระเบียและขู่ใช้กำลังเข้ายึดคลังยูเรเนียม
วิบากกรรม Bitcoin และทางตันของนโยบายการเงิน
สำหรับตลาดคริปโทฯ ราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ $100 คือฝันร้ายที่ปิดประตูการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง เมื่อเงินเฟ้อจ่อพุ่งสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ความหวังที่จะเห็นดอกเบี้ยขาลงในเดือนมิถุนายนจึงริบหรี่ลงทุกที
สถานะของ Bitcoin ในปัจจุบันยังไม่ใช่ “สินทรัพย์ปลอดภัย” อย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่กลับถูกเทขายในฐานะ “สินทรัพย์เสี่ยง” ท่ามกลางดอลลาร์ที่แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คอยทำลายโอกาสการฟื้นตัวของตลาด

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะโพสต์บน Truth Social ว่า ราคาพลังงานที่แพงขึ้นเป็นเพียงต้นทุนชั่วคราวที่ยอมรับได้ เพื่อแลกกับการกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ แต่อารมณ์ของตลาดกลับไม่ได้คล้อยตามด้วย เพราะตราบใดที่สงครามยังไม่จบ และช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกเปิด โลกการเงินก็ยังคงต้องเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อ
มุมมองผู้เขียน: สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านรอบนี้ทุบตลาดซะจนนักลงทุนทั่วโลกเสียศูนย์ ซึ่งบอกได้เลยว่าตราบใดที่ฝุ่นยังไม่จางและเสียงปืนยังไม่สงบ ตลาดการเงินจะต้องเหวี่ยงตัวอยู่บนความไม่แน่นอนต่อไป แต่สำหรับสายลงทุนระยะยาว วิกฤตที่ทำให้กระดานแดงเดือดแบบนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยเก็บของเข้าพอร์ต โดยเฉพาะสินทรัพย์ตัวท็อปๆ ที่คุณทำการบ้านมาอย่างหนัก
ที่มา: beincrypto

