bitkub-banner

รมว.พลังงานสหรัฐฯ ลบโพสต์คุ้มกันเรือน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $80

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ไรท์ ลบโพสต์ที่ระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ นำเรือขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ สร้างความสับสนและความไม่แน่นอนในตลาด
  • ราคาน้ำมันดิบดีดตัวกลับขึ้นมาเหนือระดับ $80 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ราคาร่วงหนักมากกว่า 30%
  • ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การลบโพสต์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในสถานการณ์จริงที่ช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งกลับสูงขึ้นสะท้อนความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ภาวะเช่นนี้มักกระตุ้นให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาก่อน รวมถึง Bitcoin และคริปโตสกุลอื่น ๆ

ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ไรท์ ได้ลบโพสต์บน X ที่ระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ นำเรือขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ หลังจากโพสต์ดังกล่าวสร้างความสนใจในวงกว้าง การลบโพสต์โดยไม่มีคำอธิบายยิ่งทำให้ตลาดเกิดความสับสน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวกลับขึ้นมาเหนือระดับ $80 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่แน่ใจว่าเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ปลอดภัยจริงหรือไม่

เกิดอะไรขึ้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณการใช้ทั่วโลกผ่านช่องแคบแห่งนี้ทุกวัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านได้ขู่ว่าจะจำกัดการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซ และ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านส่งสัญญาณว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ล้มเหลว ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ได้ปูพื้นฐานให้สถานการณ์ตึงเครียดนี้ การที่รัฐมนตรีไรท์เคยโพสต์ว่ากองทัพเรือสำเร็จในภารกิจคุ้มกันเรือขนน้ำมัน อาจเป็นสัญญาณว่ามีปฏิบัติการทางทหารเกิดขึ้นจริง แต่การลบโพสต์นั้นกลับทำให้เกิดคำถามว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง หรือถูกเผยแพร่ก่อนเวลาอันควร

ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันเคยร่วงลงหนักมากกว่า 30% ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไปแล้วว่าราคาน้ำมันดิ่งหลุดระดับ $84 ต่อบาร์เรล และ กลุ่ม OPEC นำโดยซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก และคูเวต ได้ร่วมกันลดกำลังการผลิตรวมกัน 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน การที่ราคาน้ำมันดีดตัวกลับมาเหนือ $80 อีกครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ แสดงให้เห็นว่าตลาดยังอ่อนไหวต่อข่าวสารจากภูมิภาคนี้มาก

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนมักกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะกดดันเงินเฟ้อให้ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้เร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง อย่างไรก็ตาม Siam Blockchain ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า Bank of America วิเคราะห์ว่าหากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง Fed อาจกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งเป็นมุมมองที่ขัดแย้งกันในตลาดอยู่ขณะนี้

สำหรับตลาดคริปโตโดยตรง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในลักษณะนี้มักกระตุ้นให้เกิดการขายสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น นักเทรดที่ใช้เลเวอเรจสูงมีความเสี่ยงที่จะโดนล้างพอร์ตหากตลาดผันผวนรุนแรง ขณะเดียวกัน มีนักลงทุนบางกลุ่มมองว่า Bitcoin อาจทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยคล้ายทองคำในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติ ความสัมพันธ์นี้ยังไม่สม่ำเสมอ และตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นมากกว่าทองคำในช่วงที่เกิดความตึงเครียดเฉียบพลัน

ทำไมการลบโพสต์จึงสร้างความกังวลมากกว่าการไม่โพสต์

ในมุมมองของตลาด การที่เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีออกมาโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารแล้วลบออกทีหลัง สร้างสัญญาณที่แย่กว่าการไม่โพสต์ตั้งแต่แรก เพราะมันบ่งบอกว่าอาจมีข้อมูลที่ต้องการปกปิด หรือสถานการณ์จริงยังไม่นิ่งพอที่จะยืนยันต่อสาธารณะ ความสับสนนี้เองที่ทำให้ราคาน้ำมันดีดกลับขึ้นมา เพราะนักลงทุนตีความว่าเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่ากังวลกว่าที่หลายคนคิด เพราะปกติแล้วเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระดับรัฐมนตรีจะไม่ลบโพสต์โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน อาจเป็นไปได้ว่าข้อมูลที่โพสต์ไปนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ หรือมีความกดดันจากฝ่ายความมั่นคงให้ลบออก สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่าจะมีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมหรือทำเนียบขาวตามมาหรือไม่ ถ้าสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่ชัดเจน คาดว่าตลาดคริปโตจะยังผันผวนต่อเนื่องในช่วงนี้ครับ

เครดิตภาพจาก @phantom247