สรุปข่าว
- Alibaba เข้าร่วมลงทุนใน MetaComp รอบ Pre-A+ พร้อมกับ Spark Venture ดันยอดระดมทุนรวมแตะ $35 ล้าน
- เม็ดเงินนี้จะถูกนำไปขยาย StableX Network แพลตฟอร์ม Stablecoin ของ MetaComp ออกสู่ตลาดโลก
- การเข้ามาของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคริปโตสะท้อนแนวโน้มสถาบันใหญ่หันมาสนใจพื้นที่นี้มากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ Alibaba ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้าลงทุนในแพลตฟอร์ม Stablecoin ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่าบริษัทใหญ่ระดับโลกกำลังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วงเงิน $35 ล้านยังถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของ Alibaba ดังนั้นผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงอาจจำกัด
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 Alibaba บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากจีนได้เข้าร่วมลงทุนในรอบระดมทุน Pre-A+ ของ MetaComp สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Stablecoin โดยมี Spark Venture ร่วมลงทุนด้วย ส่งผลให้ยอดระดมทุนรวมของ MetaComp แตะ $35 ล้าน เงินที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ขยาย StableX Network แพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งาน Stablecoin ออกสู่ตลาดระดับโลก การเข้ามาของ Alibaba ในฐานะนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกเริ่มมองโครงสร้างพื้นฐานคริปโตเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จริงจังมากขึ้น
MetaComp และ StableX Network คืออะไร
MetaComp เป็นบริษัทที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Stablecoin โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ StableX Network ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำธุรกรรมด้วย Stablecoin ในระดับองค์กรและระดับสถาบัน แพลตฟอร์มนี้มุ่งเป้าให้บริการทั้งตลาดในเอเชียและตลาดโลก โดยมีจุดขายด้านความเร็วและต้นทุนการโอนเงินข้ามประเทศที่ต่ำกว่าระบบธนาคารแบบดั้งเดิม
การระดมทุน Pre-A+ รอบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของ MetaComp เพราะบริษัทเคยระดมทุนมาแล้วในรอบก่อนหน้า และยอดรวม $35 ล้านสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงให้ความสนใจกับโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin แม้ภาวะตลาดโดยรวมจะมีความผันผวนก็ตาม
Alibaba กับเดิมพันในโลกคริปโต
การเข้าลงทุนในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Alibaba แสดงความสนใจต่อพื้นที่บล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชนมาอย่างต่อเนื่องผ่านทั้ง Ant Group และ Alibaba Cloud อย่างไรก็ตาม การเข้ามาในฝั่ง Stablecoin โดยตรงผ่าน MetaComp ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นว่า Alibaba มองเห็นศักยภาพของการชำระเงินดิจิทัลในตลาดโลก
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่บรรยากาศด้านกฎระเบียบต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ Paul Atkins พิจารณา “ข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม” เพื่อรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเคน และ คณะกรรมการที่ปรึกษาของ ก.ล.ต. โหวตสนับสนุนแนวทางด้านกฎระเบียบสำหรับหลักทรัพย์ที่อยู่ในรูปโทเคนบนบล็อกเชน ซึ่งบรรยากาศเชิงบวกด้านกฎหมายเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้สถาบันใหญ่อย่าง Alibaba กล้าเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคริปโตมากขึ้น
นัยสำคัญต่อตลาด Stablecoin
ตลาด Stablecoin ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ความต้องการโอนเงินข้ามประเทศสูงมาก การที่ Alibaba ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และตลาดโลกเข้าร่วมสนับสนุน MetaComp อาจเปิดประตูให้ StableX Network เข้าถึงผู้ใช้งานได้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูว่า MetaComp จะสามารถขยายฐานผู้ใช้งานจริงได้มากน้อยเพียงใด และจะสามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์ม Stablecoin รายใหญ่ที่มีอยู่แล้วในตลาดอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องติดตามว่าการที่ FATF ระบุช่องโหว่ด้านกฎระเบียบในธุรกิจคริปโตออฟชอร์ ซึ่ง Siam Blockchain เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ จะส่งผลต่อการขยายธุรกิจข้ามประเทศของ MetaComp หรือไม่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในแง่สัญลักษณ์มากกว่าตัวเลข เพราะ $35 ล้านถือว่าน้อยมากสำหรับบริษัทอย่าง Alibaba ที่มีทรัพยากรมหาศาล แต่การที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับนี้ยอมเอาชื่อไปผูกกับแพลตฟอร์ม Stablecoin ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางนั้นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทิศทางที่บริษัทมองเห็น สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ StableX Network จะมีพาร์ทเนอร์รายใหม่เพิ่มอีกไหม และ Alibaba จะนำแพลตฟอร์มนี้ไปผนวกเข้ากับระบบนิเวศของตัวเองอย่างไร ถ้าเกิดขึ้นจริงนั่นถึงจะเป็นข่าวที่ใหญ่กว่านี้มาก
ภาพจาก AI

