bitkub-banner

JP Morgan ชี้! วิกฤตโลกจะทำให้ Bitcoin โดดเด่นในฐานะ ‘ทองคำดิจิทัล’ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • JPMorgan เผยแพร่รายงานล่าสุดระบุว่า กระแสเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ กองทุน Bitcoin ETF (IBIT) อีกครั้ง ในช่วงวิกฤตความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่กองทุนทองคำ Gold ETF กลับมีเงินไหลออก
  • ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา เม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน Bitcoin ETF มีขนาดมากกว่าทองคำถึง 2 เท่า สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของนักลงทุนระดับสถาบัน
  • แม้ระยะสั้นตลาดจะยังมีความผันผวนจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ แต่ในระยะยาวมีการคาดการณ์ว่า Bitcoin จะเข้าแย่งส่วนแบ่งตลาดทองคำในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่าหลักของโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

รายงานของ JPMorgan ในครั้งนี้เป็นการย้ำเตือนถึงสถานะ “Digital Gold” ที่แข็งแกร่งขึ้นของ Bitcoin ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมือง 

การที่เม็ดเงินสถาบันเริ่มไหลออกจากทองคำ เพื่อมาพักใน Bitcoin ETF เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่าความเชื่อมั่นต่อคริปโตในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Safe Haven) กำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญเพื่อไปต่อในระยะยาว

ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง JPMorgan เพิ่งเผยแพร่รายงานวิจัยฉบับสำคัญเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุถึงปรากฏการณ์ “การสลับขั้ว” ของเงินลงทุนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ซึ่งแทนที่นักลงทุนจะแห่ไปหาทองคำเหมือนในอดีต แต่ข้อมูลกลับฟ้องว่า กลุ่มนักลงทุนกระแสหลักเริ่มปันใจให้กับ Bitcoin มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้คำจำกัดความของ “ทองคำดิจิทัล” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ฉายาอีกต่อไป

กองทุน Gold ETF เผชิญเงินลงทุนไหลออก สวนทางเงินไหลเข้าในกองทุน Bitcoin ETF

จากข้อมูลที่รายงานโดย The Block พบว่า นับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมา กองทุนทองคำยักษ์ใหญ่อย่าง Gold ETF (GLD) เผชิญกับภาวะเงินลงทุนไหลออกประมาณ 2.7% ของสินทรัพย์ทั้งหมด สวนทางกับกองทุน Bitcoin ETF (IBIT) ของ BlackRock ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) เพิ่มขึ้น 1.5% 

การขยับตัวในรอบนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นได้เปลี่ยนทิศทางแล้ว เนื่องจากปัจจุบันตลาดคริปโตมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นระบบมากขึ้น ทำให้เหล่าสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กล้าไว้วางใจ และยอมรับมากขึ้น

บททดสอบความแกร่ง Bitcoin 

สภาพเศรษฐกิจโลกตอนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องสงคราม แต่ยังมีปัจจัยซ้ำเติมอย่างราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ 

JPMorgan ระบุว่า สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนสถาบันยังคงต้องใช้ความระมัดระวังสูง โดยมีการใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงอย่างการซื้อ Put Options ควบคู่ไปกับการถือครอง Bitcoin 

อย่างไรก็ตามสถิติตั้งแต่ปี 2024 ชี้ชัดว่า เงินไหลเข้าในกองทุน Bitcoin ETF มีปริมาณมากกว่าทองคำถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีว่า พฤติกรรมการออมเงินของนักลงทุนยุคใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้ว

Bitcoin แย่งส่วนแบ่งตลาดทองคำ

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการที่ Bitcoin จะค่อยๆ เข้าไป “กัดกิน” ส่วนแบ่งตลาดจากทองคำในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า (Store of Value) หาก Bitcoin สามารถรักษาบทบาทการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตโลกครั้งนี้ได้สำเร็จ เพดานราคาในอนาคตที่หลายคนมองไว้ถึงระดับ 1,000,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญก็อาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน 

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : การที่ธนาคารระดับ JPMorgan ออกมายอมรับความโดดเด่นของ Bitcoin เหนือทองคำในช่วงวิกฤตสงคราม ถือเป็นชัยชนะทางด้านจิตวิทยาครั้งใหญ่ของชาวคริปโต