สรุปข่าว
- วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติห้ามธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พัฒนาหรือออก CBDC โดยบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยแบบสองพรรคร่วม
- การลงมติครั้งนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาล Trump ที่ต้องการปิดกั้นเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐ และให้พื้นที่กับคริปโตเอกชนแทน
- แม้ CBDC ของ Fed ยังไม่เคยใกล้จะเกิดขึ้นจริง แต่การแบนอย่างเป็นทางการส่งสัญญาณด้านนโยบายที่ชัดเจนสำหรับตลาดคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การแบน CBDC ของ Fed เป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับคริปโต เพราะลดโอกาสที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะสร้างคู่แข่งดิจิทัลที่ควบคุมโดยรัฐ และยืนยันแนวทางที่เปิดรับคริปโตเอกชนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นอาจจำกัด เนื่องจาก CBDC ของ Fed ไม่เคยมีแผนที่จะเปิดตัวจริงอยู่แล้ว
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Ash Crypto วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติห้ามธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) พัฒนาหรือออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยบรรจุมาตรการดังกล่าวไว้ในร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยแบบสองพรรคร่วม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต การลงมติครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญด้านนโยบายที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ เลือกเส้นทางที่ให้พื้นที่กับคริปโตเอกชนมากกว่าเงินดิจิทัลที่ออกและควบคุมโดยภาครัฐ
แบน CBDC คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง คือเงินดิจิทัลที่ออกและค้ำประกันโดยรัฐบาลโดยตรง ซึ่งต่างจาก Bitcoin หรือ Ethereum ที่ทำงานบนระบบกระจายอำนาจ ความกังวลหลักของผู้ที่คัดค้าน CBDC คือเรื่องความเป็นส่วนตัว เนื่องจากรัฐบาลจะมีอำนาจในการติดตามและควบคุมการใช้จ่ายของประชาชนได้โดยตรง รวมถึงความเสี่ยงที่รัฐอาจระงับบัญชีหรือจำกัดการเข้าถึงเงินได้ทุกเมื่อ
ร่างกฎหมายฉบับนี้น่าสนใจตรงที่ถูกรวมเข้ากับกฎหมายที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองพรรคให้ความสำคัญ ทำให้มาตรการแบน CBDC ผ่านได้ง่ายขึ้นในทางการเมือง แสดงให้เห็นว่าการต่อต้าน CBDC ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่งอีกต่อไป
สัญญาณเชิงนโยบายที่ตลาดคริปโตต้องจับตา
แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่เคยมีแผนที่ชัดเจนในการออก CBDC เต็มรูปแบบ แต่การที่วุฒิสภาเขียนห้ามเรื่องนี้ลงในกฎหมายอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสัญญาณที่มีน้ำหนักสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต เพราะช่วยปิดประตูความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะเปลี่ยนใจในอนาคต และยังเปิดพื้นที่ให้ Stablecoin เอกชนและสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เติบโตได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคู่แข่งที่หนุนหลังโดยรัฐบาลกลาง
แนวทางนี้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาล Trump ที่ออกคำสั่งบริหารแบน CBDC ตั้งแต่ต้นปี และยังสอดคล้องกับการที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ภายใต้การนำของ Paul Atkins กำลังพิจารณาช่องทางใหม่ ๆ สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลเอกชน ดังที่ Siam Blockchain รายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า ประธาน SEC พิจารณาข้อยกเว้นพิเศษเพื่อสนับสนุนการเทรดหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเคน ภาพรวมของนโยบายสหรัฐฯ กำลังเอนเอียงไปในทางที่เป็นมิตรกับคริปโตเอกชนอย่างชัดเจน
ผลกระทบต่อตลาดและสิ่งที่ต้องติดตาม
ในแง่ราคา ผลกระทบระยะสั้นอาจไม่ได้รุนแรงมากนัก เพราะนักลงทุนรับรู้อยู่แล้วว่า Fed ไม่ได้ใกล้จะออก CBDC แต่ผลกระทบในระยะยาวคือความชัดเจนด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ต้องการก่อนตัดสินใจเข้าลงทุนในคริปโตเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ Stablecoin ที่ออกโดยเอกชนอย่าง USDT และ USDC น่าจะได้ประโยชน์จากแนวทางนี้มากที่สุด เพราะลดความเสี่ยงด้านการแข่งขันจากภาครัฐ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการแบน CBDC ของ Fed ครั้งนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือการที่สหรัฐฯ เลือกข้างอย่างชัดเจนว่าจะไม่สร้างระบบเงินดิจิทัลที่รัฐบาลกุมอำนาจเต็ม ซึ่งแตกต่างจากจีนที่กำลังผลักดัน e-CNY อย่างเต็มที่ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือร่างกฎหมาย Stablecoin ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในสภา ถ้าผ่านออกมาพร้อมกับมาตรการแบน CBDC นี้ มันจะเป็นกรอบนโยบายคริปโตที่ชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และอาจดึงดูดเงินทุนสถาบันเข้ามาอีกมหาศาล
เครดิตภาพจาก @AshCrypto

