bitkub-banner

USDC แซง USDT ครั้งแรกในรอบ 6 ปี กวาดส่วนแบ่งซื้อขายไปกว่า 60%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • USDC ของ Circle แซง USDT ของ Tether ในด้านปริมาณซื้อขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 (2019)
  • ข้อมูลจาก Mizuho Bank ชี้ว่า USDC ครองส่วนแบ่งปริมาณซื้อขาย stablecoin ที่ปรับแล้วถึง 64% ในปีนี้
  • ต้องจับตาว่า Tether จะตอบโต้อย่างไร โดยเฉพาะหลังรายงานว่า Tether เตรียมทำ full audit ภายในสิ้นปี 2569

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ USDC แซง USDT สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อ stablecoin ที่มีความโปร่งใสและอยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อระบบนิเวศคริปโตโดยรวม นอกจากนี้ยังหมายความว่าเงินทุนสดไหลเวียนในตลาดมากขึ้น ซึ่งโดยปกติหนุนให้ราคา crypto ปรับตัวขึ้นได้

ตามรายงานจาก Coin Bureau เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค. 2569 USDC ของ Circle ได้แซงหน้า USDT ของ Tether ในด้านปริมาณซื้อขายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในสงครามแย่งชิงตำแหน่งเจ้า stablecoin โลก โดยข้อมูลจาก Mizuho Bank ระบุว่า USDC ครองส่วนแบ่งปริมาณซื้อขาย stablecoin ที่ปรับแล้วสูงถึง 64% ในปีนี้ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสกำกับดูแล stablecoin ที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนสถาบันและผู้ใช้งานในตลาดตะวันตกหันมาให้ความสำคัญกับ stablecoin ที่มีความโปร่งใสและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายมากขึ้น

จากที่ตามหลังมานานกว่า 6 ปี สู่การแซงหน้าครั้งประวัติศาสตร์

ย้อนกลับไปในปี 2562 USDC เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ขณะที่ USDT ของ Tether ครองบัลลังก์ stablecoin อันดับหนึ่งอย่างไม่มีคู่แข่ง แต่ในปี 2569 สถานการณ์พลิกกลับอย่างน่าตกใจ ตัวเลขจาก Mizuho Bank บ่งชี้ว่า USDC กินส่วนแบ่งปริมาณซื้อขายไปถึง 64% สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาด stablecoin ที่ลึกกว่าแค่ตัวเลข

นักวิเคราะห์จาก Mizuho ยังได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น Circle จาก $100 เป็น $120 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในแนวทางธุรกิจของ Circle ที่เน้นความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดสหรัฐฯ และยุโรปเริ่มบังคับใช้กฎเกณฑ์ stablecoin อย่างจริงจัง

ทำไม USDC ถึงแซงได้ตอนนี้

ปัจจัยหลักที่ผลักดัน USDC ขึ้นมาแซงนั้นมาจากหลายทิศทางพร้อมกัน ประการแรกคือกระแสกำกับดูแลที่เอื้อต่อ stablecoin ที่อยู่ในกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่มีการเดินหน้ากฎหมาย stablecoin อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่เลือกใช้ USDC มากขึ้น ประการที่สองคือ Tether เองยังคงเผชิญกับคำถามด้านความโปร่งใส แม้จะมีรายงานว่ากำลังเตรียมทำ full audit ภายในสิ้นปีนี้ก็ตาม

นอกจากนี้ การที่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Alibaba เพิ่งเข้าร่วมลงทุนในแพลตฟอร์ม stablecoin และธนาคารระดับโลกอย่าง HSBC และ Standard Chartered กำลังขอใบอนุญาตออก stablecoin ในฮ่องกง ยิ่งตอกย้ำว่าตลาดกำลังเดินหน้าสู่ยุคที่ stablecoin ที่มีความน่าเชื่อถือจะครองพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง USDC อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในตอนนี้

ความหมายต่อตลาดคริปโตโดยรวม

การที่ปริมาณซื้อขาย stablecoin เพิ่มขึ้นและมีการกระจายไปยัง USDC มากขึ้นนั้น โดยทั่วไปเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโต เพราะหมายความว่าเงินสดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น พร้อมที่จะซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อโอกาสมาถึง อีกทั้งการแข่งขันระหว่าง USDC และ USDT ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานในแง่ค่าธรรมเนียมที่ต่ำลงและนวัตกรรมที่เพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Tether เตรียมทำ full audit ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งหากสำเร็จอาจเปลี่ยนสมการการแข่งขันนี้ได้อีกครั้ง และ Siam Blockchain ยังรายงานว่า HSBC และ Standard Chartered กำลังลุ้นใบอนุญาตออก stablecoin ในฮ่องกง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดนี้ยังจะดุเดือดขึ้นอีกในอนาคต


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่สงครามระหว่าง stablecoin สองเจ้า แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าตลาดกำลังให้คุณค่ากับความโปร่งใสและการอยู่ในกรอบกฎหมายมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Tether ทำ full audit สำเร็จปลายปีนี้ เราอาจเห็น USDT ดึงส่วนแบ่งกลับมาได้บ้าง แต่ถ้าไม่สำเร็จ ช่องว่างอาจถ่างออกไปอีก สิ่งที่ต้องจับตาคือท่าทีของสถาบันการเงินใหญ่ว่าจะเลือก stablecoin ใดสำหรับระบบชำระเงินของตัวเอง เพราะนั่นน่าจะเป็นตัวชี้ขาดในระยะยาว

เครดิตภาพจาก @jordan_maxmode