bitkub-banner

อิรักสั่งปิดท่าเรือน้ำมันด่วน หลังเรือบรรทุก 2 ลำโดนโจมตีกลางจุดโหลดสินค้า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อิรักสั่งระงับการปฏิบัติการที่ท่าเรือน้ำมันหลังเรือบรรทุกน้ำมันสองลำถูกโจมตีในบริเวณพื้นที่โหลดสินค้า
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่รุนแรงอยู่แล้ว ทำให้การส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางหยุดชะงักพร้อมกันหลายจุด
  • ต้องจับตาว่าราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงขึ้นอีกหรือไม่ และจะมีการตอบโต้ทางทหารจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเปล่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการระงับการดำเนินการของท่าเรืออิรักเป็นสัญญาณการบานปลายของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันตลาดให้อยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมักฉุดให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเผชิญแรงกดดัน แม้ในระยะสั้นอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก

ในช่วงดึกของวันที่ 14 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter อิรักได้สั่งระงับการปฏิบัติการที่ท่าเรือน้ำมันหลังเรือบรรทุกน้ำมันสองลำถูกโจมตีในขณะอยู่ในพื้นที่โหลดสินค้าของท่าเรือ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงอีกขั้นของวิกฤตในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซก็เผชิญแรงกดดันอย่างหนักอยู่แล้วจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิรักเพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์ที่อ่อนไหวอยู่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ

วิกฤตน้ำมันซ้อนวิกฤต เมื่ออิรักและอิหร่านล็อกการส่งออกพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ความตึงเครียดในภูมิภาคมุ่งเน้นไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณ 20% ของโลก แต่เมื่อท่าเรือน้ำมันของอิรักซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกต้องหยุดชะงักลงด้วย สถานการณ์จึงกลายเป็นการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันพร้อมกันสองจุดในภูมิภาคเดียวกัน นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการโจมตีดังกล่าวน่าจะมีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งที่บานปลายมาจากวิกฤตอิหร่าน แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ราคาน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $99 ต่อบาร์เรล หรือขึ้นเกือบ 10% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มส่งสัญญาณว่าสถานการณ์กำลังหลุดจากการควบคุม และก่อนหน้านั้นยังมีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียลดการผลิตน้ำมันถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียรายวันกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อภูมิภาค

ผลกระทบต่อตลาดโลกและสัญญาณที่ต้องจับตา

การระงับการดำเนินการของท่าเรือน้ำมันอิรักจะยิ่งซ้ำเติมภาวะอุปทานน้ำมันโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่องจะสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ มีข้อจำกัดมากขึ้นในการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีรายงานก่อนหน้าจาก Siam Blockchain ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญมูลค่าไปแล้วกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $96 ต่อบาร์เรล และตลาดหุ้นดูไบก็ ดิ่งลงเกือบ 5% จากผลกระทบของวิกฤตอิหร่านในช่วงต้นเดือนมีนาคม

สิ่งที่ต้องจับตาในระยะถัดไปคือว่าจะมีการระบุตัวผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิรักหรือไม่ และจะมีการตอบโต้ทางทหารจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามมาหรือเปล่า รวมถึงว่าท่าเรือน้ำมันอิรักจะสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้เร็วแค่ไหน เพราะทุกวันที่หยุดชะงักหมายถึงปริมาณน้ำมันจำนวนมหาศาลที่หายออกจากตลาดโลก


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะตอนนี้เราไม่ได้เห็นการหยุดชะงักที่จุดเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการโจมตีพร้อมกันหลายจุดในตะวันออกกลาง ทั้งช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งซาอุดีอาระเบียที่ลดการผลิต และตอนนี้ก็มีท่าเรืออิรักอีก ถ้าเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญ ๆ ถูกตัดพร้อมกันอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ราคาน้ำมันที่ $99 ต่อบาร์เรลในตอนนี้อาจดูถูกมากเมื่อเทียบกับที่จะเกิดขึ้น นักลงทุนควรติดตามข่าวสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และระวังความผันผวนที่อาจกระทบพอร์ตการลงทุนในวงกว้าง

เครดิตภาพจาก @Aryakumarmodi13