📡 ข่าวนี้ถูกสรุปและเรียบเรียงจากการรายงานข่าวสด (LIVE News) ของ Siam Blockchain
สรุปข่าว
- ทรัมป์ประกาศถล่มเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งรับผิดชอบส่งออกน้ำมันถึง 90% โดยเรียกว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีทางอากาศรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ภายหลังระบุว่า “ยังไม่ทำลาย” โครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน สื่ออิหร่านยืนยันฐานทัพทหารบนเกาะถูกทำลายแล้ว แต่ไม่มีความเสียหายต่อโรงกลั่นน้ำมัน
- อิหร่านตอบโต้ถล่มเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงสหรัฐฯ 5 ลำที่ฐานทัพ Prince Sultan ในซาอุดีอาระเบีย ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล และโชว์คลังโดรนใต้ดิน ขณะที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 นาย รวมลูกเรือ KC-135 อีก 6 นายที่ตกในอิรัก
- สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าสงบลง สหรัฐฯ เตรียมปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ฝรั่งเศสเสนอเป็นเจ้าภาพเจรจาหยุดยิง รัฐอ่าวเปอร์เซียสูญรายได้พลังงานกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
สงครามเต็มรูปแบบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติ สร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ราคาน้ำมันที่ผันผวนหนักและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงลิ่ว กดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตอย่างต่อเนื่อง แม้ USDC จะได้รับอานิสงส์จากเงินทุนที่หนีเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย
สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังคงดำเนินอย่างดุเดือดและยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงในเร็ววัน (อัปเดตล่าสุด วันที่ 14 มี.ค. 2569) โดยเมื่อช่วงเช้าตรู่ตามเวลาไทย ประธานาธิบดี Trump ประกาศว่าสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งประวัติศาสตร์ต่อเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันสำคัญที่รับผิดชอบการส่งออกน้ำมันอิหร่านถึง 90% หรือราว 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย Trump เรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “หนึ่งในการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง” ตามรายงานของ Coin Bureau ข้อมูลที่ทราบจนถึงขณะนี้ชี้ว่าสงครามได้ลุกลามเกินเกาะ Kharg ไปมากแล้ว โดยมีการปะทะกันหลายจุดทั่วภูมิภาค ตั้งแต่เลบานอน อิรัก ซาอุดีอาระเบีย ไปจนถึงอิสราเอล
การโจมตีเกาะ Kharg และท่าทีของ Trump ที่เปลี่ยนไป
จุดเริ่มต้นของการอัปเดตครั้งนี้คือการที่ Trump ประกาศถล่มเกาะ Kharg ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 14 มี.ค. ตามเวลาไทย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับมีความซับซ้อนขึ้นเมื่อ Trump ออกมาเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าสหรัฐฯ เลือก“ยังไม่ทำลาย” โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันบนเกาะ Kharg ในตอนนี้ แม้จะมีศักยภาพทำได้ก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจากสื่ออิหร่านที่ระบุว่าไม่มีความเสียหายต่อโรงกลั่นน้ำมันใดเลย
แต่สื่ออิหร่านยืนยันเองว่าฐานทัพทหารบนเกาะ Kharg ถูกทำลายแล้วจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในภายหลัง Trump ยังออกมาประกาศว่าสหรัฐฯ อยู่ในฐานะ“ครองอำนาจเบ็ดเสร็จ” แล้ว หลังจากถล่มกองทัพเรือ ฐานทัพอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่านไปหลายจุด นอกจากนี้ Trump ยังกล่าวว่าตนมีแรงจูงใจในการทำสงครามกับอิหร่าน “แตกต่างจากเนทันยาฮูอยู่บ้าง” แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
อิหร่านตอบโต้หนักและสงครามลุกลามทั่วภูมิภาค
อิหร่านไม่ได้นิ่งเฉยต่อการโจมตี โดยดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรงหลายจุด ตามรายงานของ WSJ อิหร่านโจมตีเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน 5 ลำที่ฐานทัพ Prince Sultan ในซาอุดีอาระเบีย และยังมีโดรนพุ่งชนถล่มฐานทัพเดียวกันอีกด้วย นอกจากนี้อิหร่านยังยิงขีปนาวุธขึ้นทิศเหนือในช่วงเช้า และยิงขีปนาวุธชุดใหม่ถล่มอิสราเอลอีกรอบในช่วงค่ำ โดยกองทัพอิสราเอลเป็นผู้ยืนยัน
ด้านความสูญเสียฝ่ายสหรัฐฯ WSJ รายงานว่าทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 13 นาย บาดเจ็บสาหัส 10 นาย และบาดเจ็บอีกกว่า 200 นาย นอกจากนี้กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าลูกเรือ KC-135 ทั้ง 6 นายที่เครื่องตกในอิรักตะวันตกเสียชีวิตครบทุกคนแล้ว รวมทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 19 นาย
ในขณะเดียวกัน สงครามยังลุกลามไปยังจุดอื่นทั่วภูมิภาค มีเสียงระเบิดดังขึ้นในกรุงแบกแดด อิรัก และโดรนพุ่งชนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของสถานทูตสหรัฐฯ ในแบกแดดอีกด้วย ส่วนทางด้านเลบานอน กองกำลังอิสราเอลบุกเข้าเมือง Khiam ทางใต้ของเลบานอนจนเกิดการปะทะหนัก โดยมีรายงานว่าอิสราเอลกำลังวางแผนบุกภาคพื้นดินครั้งใหญ่เข้าเลบานอน และหัวหน้าฮิซบอลเลาะห์ นาอิม กัสเซม ก็ประกาศพร้อมสู้ยาวกับอิสราเอลโดยเรียกว่าเป็น “การต่อสู้เพื่อความอยู่รอด” อิหร่านยังโชว์คลังโดรนขนาดใหญ่ที่ซ่อนในฐานทัพใต้ดินและขู่ว่าหากโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันถูกโจมตี จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมกับอเมริกาให้ราบคาบ
ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน เศรษฐกิจโลก และคริปโต
สถานการณ์ล่าสุดส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานอย่างรุนแรง รัฐในอ่าวเปอร์เซียสูญรายได้จากพลังงานไปกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ด้านอิหร่านประกาศเงื่อนไขว่าจะเปิดให้เรือขนน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้บางส่วน แต่ต้องซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวนจีนเท่านั้น ซึ่งเป็นการท้าทายสถานะดอลลาร์สหรัฐในตลาดน้ำมันโลกโดยตรง โดยเรือตุรกีลำแรกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้วแต่ยังมีอีก 14 ลำที่รออยู่
เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน สหรัฐฯ เตรียมปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ถึง 172 ล้านบาร์เรลสู่ตลาดภายในสัปดาห์หน้า เป็นส่วนหนึ่งของแผนปล่อยน้ำมันพร้อมกันทั่วโลกรวม 400 ล้านบาร์เรล ในส่วนของตลาดคริปโต USDC ใกล้แตะมูลค่าตลาดสูงสุดตลอดกาลที่ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าส่วนหนึ่งมาจากเงินทุนที่หนีออกจากดูไบ เพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มปั่นป่วนจากผลพวงของสงคราม
ปฏิกิริยาจากนานาชาติและสิ่งที่ต้องจับตาต่อ
สงครามครั้งนี้ซึ่งดำเนินมาครบ 15 วันแล้วได้จุดกระแสปฏิกิริยาจากทั่วโลก รัสเซียแขวะสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าล้มเหลวในการเปลี่ยนระบอบอิหร่าน พร้อมจิกว่า “วอชิงตันไม่มีแผนถอยเลย” และรัสเซียเป็นชาติแรกที่ส่งความช่วยเหลือให้อิหร่านโดยบินขนเวชภัณฑ์กว่า 13 ตันเข้าประเทศ ด้านประธานาธิบดีมาครงเสนอให้ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเจรจาหยุดยิงระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ เรียกร้องให้แก้ปัญหาด้วยการเจรจา ชาวเมืองดาการ์ เซเนกัล ก็ออกมาเรียกร้องสันติภาพพร้อมแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจ
น่าสังเกตว่าแม้แต่เกาหลีเหนือก็ยิงวัตถุไม่ทราบชนิดลงทะเลในช่วงเดียวกัน ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ร้อนแรง สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังขยายวงออกไป สถานการณ์ล่าสุดยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน ขณะที่อิหร่านแซะกองทัพสหรัฐฯ ว่าช่วงนี้เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทหารได้รับบาดเจ็บที่สมอง และยิงพวกเดียวกันเองเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าสถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างน่ากังวลมาก เพราะสงครามลุกลามไปหลายจุดพร้อมกัน ทั้งเกาะ Kharg ซาอุดีอาระเบีย อิรัก เลบานอน และอิสราเอล จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ เพราะอิหร่านประกาศให้ซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวนเท่านั้น ซึ่งเป็นการท้าทายสถานะเงินดอลลาร์โดยตรง ถ้าเงื่อนไขนี้ขยายวงก็จะกระทบตลาดการเงินโลกอย่างมหาศาล
สำหรับตลาดคริปโต ผมมองว่าระยะสั้นยังคงมีความเสี่ยงสูง ความไม่แน่นอนจากสงครามมักทำให้เงินไหลเข้าสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่าง Stablecoin มากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่ง USDC ที่ใกล้ทำจุดสูงสุดตลอดกาลก็สะท้อนเรื่องนี้ได้ดี น่าจับตาว่าการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรลทั่วโลกจะช่วยดึงราคาน้ำมันลงได้แค่ไหน และฝรั่งเศสจะสามารถผลักดันการเจรจาหยุดยิงได้จริงหรือไม่ เพราะทั้งสองฝ่ายยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวอยู่มาก
หมายเหตุ: สถานการณ์นี้ยังไม่สิ้นสุด ทีมงาน Siam Blockchain จะติดตามความคืบหน้าและรายงานเพิ่มเติมในบทความถัดไป
