สรุปข่าว
- ตามรายงานจาก Watcher Guru ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่ากว่า $2 ล้านล้าน (ประมาณ 69 ล้านล้านบาท) ในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากผลกระทบหลายด้านพร้อมกันไม่ว่าจะสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านทำให้น้ำมันพุ่ง 46% ในเดือนเดียว, ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ Nonfarm Payrolls ร่วง -92,000 ตำแหน่ง (แย่สุดนับตั้งแต่ COVID) และหุ้นตระกูล cybersecurity ที่ร่วงเพราะการมาถึงของ AI
- CNBC รายงานว่า S&P 500 ทำจุดต่ำสุดของปี 2026 ที่ 6,632 เมื่อวันศุกร์ ร่วงต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์ติด ด้าน Nasdaq ร่วง 1.3% ตามข้อมูลของ FinancialContent วันศุกร์ที่ 13 ถูกเป็นวันที่เรียกได้ว่า “อาบเลือด” หลัง drone ของอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย
- Barclays คาดน้ำมันอาจแตะ $120 หากสงครามยืดเยื้อ ด้านสหรัฐก็กำลังจะเลิกคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย ถ้าน้ำมันเริ่มลงเม็ดเงินกว่า 83,000 ล้านดอลลาร์ก็อาจไหลกลับเข้าตลา่ด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ตัวเลข $2 ล้านล้าน หายไปจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในเดือนเดียว นี่ไม่ใช่การร่วงแบบปุบปับในวันเดียว แต่เป็น การโดนกัดกร่อนของตลาดอย่างต่อเนื่อง จากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกันเช่น สงครามกับอิหร่านที่ดันราคาน้ำมันพุ่ง 46%, ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและความกลัวสภาพตลาดที่กลับมาหลอกหลอนนักลงทุน สำหรับนักลงทุนคริปโต คำถามสำคัญคือ “ความเจ็บปวดของตลาดหุ้นจะลามมาที่ crypto หรือจะเป็นโอกาสเก็บของ?”
$2 ล้านล้านที่หายไป
CNBC เผยว่าความเสียหายมาจากหลายอย่างหลายด้านเกิดพร้อมกันในตลาดทั้ง น้ำมัน พุ่ง 46% ในเดือนเดียว จนแตะ $98.71 จากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปิดช่องแคบ Hormuz, ตลาดแรงงานสหรัฐฯ สูญเสียงานครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ COVID), หุ้นกลุ่ม software หนีตายจากการปั่นป่วนของ AI และ S&P 500 ทำจุดต่ำสุดปี 2026 ที่ 6,632
ตามรายงานจาก FinancialContent วันศุกร์ที่ 13 มี.ค. ถูกเรียกว่า “ศุกร์ 13 วันอาบเลือด” หลัง IRGC ส่ง drone swarms โจมตีโครงสร้างพลังงานทำเอาตลาดปั่นป่วนถ้วนหน้า
สำหรับคริปโต วิกฤตหรือโอกาส?
ในอดีต ตลาดหุ้นร่วงหนักมักลากคริปโตลงด้วยในระยะสั้น แต่ในภาพระยะกลาง-ยาว นั้นเป็นตัวจุดชุดชนวนที่ดีได้เพราะ Fed มีแรงกดดันมากขึ้นให้ลดดอกเบี้ย GDP ที่ถูกหั่นนำมาซึ่งเศรษฐกิจอ่อนแอ และจากการรายงานของ AInvest เงินไหลเข้ามาพักตัวข้างสนามเพื่อรอกลับไปลงทุนรอบใหม่ถึง $83,000 ล้าน ประกอบกับช่วงที่เงินเฟ้อสูงบวกกับเศรษฐกิจเติบโตได้ช้า Bitcoin มีโอกาสดีดตัวหนีจากหุ้นและทำหน้าที่เป็น “ทองคำดิจิทัล” เหมือนที่ทองคำกำลังทำอยู่

เม็ดเงิน $2 ล้านล้านที่หายไปจากตลาดหุ้นอาจไม่ใช่จุดจบแต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ย้ายแหล่งลงทุน” เงินที่ออกจากหุ้นเทคโนโลยีต้องไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ส่วนหนึ่งไปทองคำ, ส่วนหนึ่งพักตัวและส่วนหนึ่งอาจ ไหลเข้า Bitcoin ที่กำลังอยู่ในโซนรอกลับตัวอีกทั้ง RSI oversold แรงสุดในรอบ 11 ปี สิ่งที่ต้องจับตาคือ สัปดาห์หน้าคือถ้า Bessent ถอนคว่ำบาตรรัสเซียน้ำมันเพิ่มเติมสถาณการณ์ราคาน้ำมันกลับมาดีขึ้นคริปโตอาจได้อานิสงส์จากตรงนี้ก็เป็นได้
ที่มา: X, CNBC, FinancialContent

