สรุปข่าว
- Chris Wright รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าสงครามกับอิหร่านจะสิ้นสุดใน “ไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” พร้อมคาดว่าราคาพลังงานจะปรับลดลงหลังจากนั้น
- ราคาน้ำมันพุ่งเกิน $100 ต่อบาร์เรลแล้ว ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก และการผลิตน้ำมันในอิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลดลง
- สหรัฐฯ ประกาศปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมกับชาติสมาชิก IEA อีก 32 ประเทศ ปล่อยรวมกัน 400 ล้านบาร์เรล
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ถ้อยคำของรัฐมนตรี Wright เป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่การยืนยันว่าสงครามสิ้นสุดแล้ว ตลาดจึงยังลังเล ประกอบกับอิหร่านยังยืนกรานสู้ต่อ ความไม่แน่นอนยังคงสูง ผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นจึงค่อนข้างเป็นกลาง
Chris Wright รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายสำนักในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าเขาเชื่อว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะสิ้นสุดลงใน “ไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” พร้อมทั้งคาดว่าอุปทานน้ำมันจะฟื้นตัวและราคาพลังงานจะปรับลดลงตามมา ตามรายงานจาก Ash Crypto และ The Kobeissi Letter ซึ่งอ้างอิงรายงานจาก ABC News Wright อธิบายว่าผลกระทบด้านพลังงานจากความขัดแย้งครั้งนี้เป็นเพียง “ชั่วคราว” และเป็น “ราคาที่ต้องจ่าย” เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหาร อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าถ้อยคำดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดน้ำมัน
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบตลาดพลังงานโลกหนักแค่ไหน
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลแล้ว และการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่รองรับการขนส่งน้ำมันถึงประมาณ 20% ของความต้องการใช้น้ำมันทั้งโลกต่อวัน ต้องหยุดชะงักลง นอกจากนี้ การผลิตน้ำมันในหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็นอิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูง ประธานาธิบดี Trump อนุมัติให้กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 12 มีนาคม 2569 พร้อมกับชาติสมาชิกสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) อีก 32 ประเทศ ที่จะปล่อยสำรองน้ำมันรวมกันทั้งหมด 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการปล่อยน้ำมันสำรองพร้อมกันครั้งใหญ่
อิหร่านยังยืนกราน ตลาดน้ำมันไม่แน่ใจสงครามจะจบเร็วได้จริงหรือเปล่า
แม้รัฐมนตรี Wright จะแสดงความมั่นใจว่าสงครามจะสิ้นสุดเร็ว แต่ฝ่ายอิหร่านยังคงส่งสัญญาณตรงข้าม โดยอยาตุลลอฮ์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านประกาศว่าจะสู้ต่อและจะใช้ประโยชน์จากการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซให้เต็มที่ ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของความขัดแย้งนี้ The Kobeissi Letter ชี้ให้เห็นว่าถ้อยคำของ Wright อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดน้ำมันสงบลง เนื่องจากยังมีปัจจัยความเสี่ยงหลายด้านที่ยังคงอยู่
ทำเนียบขาวยอมรับว่ากำลังศึกษามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่สูง รวมถึงมาตรการที่อาจดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา ขณะที่ประธานาธิบดี Trump ระบุว่าการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีความสำคัญเหนือกว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยังไม่มีแนวโน้มจะหยุดปฏิบัติการทางทหารในเร็ว ๆ นี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านเผยช่องแคบ Hormuz เปิดรับทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอิหร่านยังคงใช้ช่องแคบนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง รวมถึงรายงานว่า น้ำมันสหรัฐฯ โดด $10 ใน 9 ชั่วโมง ทะลุ $92 ก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเกินหลัก $100 ในเวลาต่อมา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้อยคำของ Wright นั้นฟังดูให้กำลังใจ แต่ยังห่างไกลจากการเป็นข่าวดีที่จะพลิกสถานการณ์ได้จริง เพราะสงครามไม่ใช่เรื่องที่คาดเดาตามตารางได้ง่าย และฝั่งอิหร่านก็ชัดเจนว่าไม่ได้คิดจะหยุด สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่าการปล่อยน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ และ IEA จะพอกดราคาน้ำมันลงได้มากแค่ไหน และถ้าสงครามยืดเยื้อเกินคาด ตลาดจะตอบสนองอย่างไร เรื่องนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
เครดิตภาพจาก @PabanSingh82441
