bitkub-banner

AI จ่ายเงินบนบล็อกเชนแล้ว 140 ล้านครั้ง! เปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ เลยสร้างเศรษฐกิจของตัวเอง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • AI agent กว่า 400,000 ตัวทำธุรกรรมบนบล็อกเชนแล้ว 140 ล้านครั้งใน 9 เดือน มูลค่ารวม $43 ล้าน โดย 98.6% จ่ายเป็น USDC
  • AI agent เปิดบัญชีธนาคารไม่ได้เพราะผ่าน KYC ไม่ได้ จึงหันมาใช้สเตเบิลคอยน์และกระเป๋าคริปโตแทน Coinbase เปิดตัว Agentic Wallets และโปรโตคอล x402 รองรับโดยเฉพาะ
  • Tether พัฒนา QVAC แพลตฟอร์ม AI แบบกระจายศูนย์ ขณะที่ Visa และ Mastercard ก็เริ่มสร้างระบบให้ AI agent ทำธุรกรรมผ่านบัตร ชี้ว่าทุกฝ่ายมองว่า AI จะเป็นผู้ใช้งานทางการเงินรายสำคัญ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BULLISH

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI agent ในฐานะผู้ใช้สเตเบิลคอยน์สร้าง demand ใหม่สำหรับคริปโตที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อรวมกับการที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase, Tether และ KuCoin ต่างแข่งกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ แสดงว่าแนวโน้มนี้จะเร่งตัวต่อไป ส่งผลบวกต่อ demand สเตเบิลคอยน์และระบบนิเวศคริปโตในภาพรวม

ขณะที่ทั้งโลกยังถกเถียงกันว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ AI agent กว่า 400,000 ตัวกำลัง “ใช้เงิน” จริง ๆ บนบล็อกเชนอย่างเงียบ ๆ พวกมันจ่ายค่าเช่าพลังประมวลผล ซื้อข้อมูล และเทรดสินทรัพย์ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแล้ว 140 ล้านธุรกรรมภายใน 9 เดือน มูลค่ารวม $43 ล้าน และ 98.6% ของธุรกรรมเหล่านี้จ่ายเป็น USDC

ทำไมต้องสเตเบิลคอยน์? คำตอบง่ายมาก เพราะไม่มีธนาคารไหนในโลกเปิดบัญชีให้ “บอท” ระบบยืนยันตัวตน (KYC) ของธนาคารออกแบบมาสำหรับมนุษย์ที่มีบัตรประชาชน แต่ซอฟต์แวร์ AI ไม่มีหน้า ไม่มีลายนิ้วมือ ไม่มีที่อยู่ มันจึงหันไปใช้กระเป๋าคริปโตที่ต้องการแค่ private key เท่านั้น นี่คือจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจใหม่ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยมนุษย์

140 ล้านธุรกรรมใน 9 เดือน ตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม

140 ล้านธุรกรรมใน 9 เดือน ตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม
ภาพจาก AI

ข้อมูลที่ยืนยันได้ชี้ว่า AI agent ได้ทำธุรกรรมบนบล็อกเชนแล้ว 140 ล้านครั้งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มูลค่ารวม $43 ล้าน โดยมูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมอยู่ที่ $0.31 เท่านั้น ตัวเลขนี้บอกอะไร? บอกว่าเศรษฐกิจของ AI ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการโอนเงินก้อนใหญ่เหมือนมนุษย์ แต่ขับเคลื่อนด้วย micropayment นับล้าน ๆ ครั้ง ทุกนาที ทุกวินาที ไม่หยุดพัก

Momentum Coin ระบุว่า “AI agent กำลังเทรดบนบล็อกเชนแล้ว พวกมันทำธุรกรรม 140 ล้านครั้งใน 9 เดือน เพราะเปิดบัญชีธนาคารไม่ได้” ขณะที่ Grok ซึ่งเป็น AI ของ xAI เองก็ยืนยันว่า “AI agent ต้องการระบบ micropayment ที่ไร้แรงเสียดทาน หลายพันครั้งต่อนาที มักมีมูลค่าไม่ถึงเซ็นต์ สำหรับการเข้าถึงข้อมูล เช่าพลังประมวลผล หรือ smart contract ธนาคารไม่สามารถรับมือกับปริมาณและความเร็วขนาดนี้ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมสูงและล่าช้า”

แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป ต้องยอมรับว่า $43 ล้านในรอบ 9 เดือนนั้นยังเป็นเศษเสี้ยวเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดที่แตะ $11 ล้านล้านในปี 2025 นี่คือเศรษฐกิจ AI ที่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่อัตราเร่งของมันน่าจับตามาก

ทำไม AI ถึงเลือกสเตเบิลคอยน์แทนธนาคาร

ทำไม AI ถึงเลือกสเตเบิลคอยน์แทนธนาคาร
ภาพจาก AI

ลองจินตนาการว่าคุณเป็น AI agent ที่ต้องเช่าเซิร์ฟเวอร์ GPU จ่ายค่าดึงข้อมูลราคาจากหลายแหล่ง ซื้อ API access และดำเนินการเทรด 50 ครั้งต่อนาที คุณต้องการระบบชำระเงินที่ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดธนาคาร ไม่ต้องรอ 3 วันทำการสำหรับการโอนระหว่างประเทศ และค่าธรรมเนียมต้องต่ำกว่า 1 เซ็นต์ต่อธุรกรรม

ธนาคารทำแบบนี้ไม่ได้ แม้จะไม่ได้ติดเรื่อง KYC ก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานของธนาคารไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับ micropayment นับพันครั้งต่อนาทีที่มูลค่าต่ำกว่า $1 ต่อธุรกรรม ค่าธรรมเนียมของ SWIFT หรือแม้แต่ ACH นั้นสูงกว่ามูลค่าธุรกรรมเสียอีก

สเตเบิลคอยน์อย่าง USDC บนเครือข่าย Layer 2 อย่าง Base จึงกลายเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผล Coinbase ได้เปิดตัว “Agentic Wallets” โครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้ AI agent ใช้จ่าย สร้างรายได้ และเทรดได้ด้วยตัวเอง โดยใช้โปรโตคอล x402 ซึ่งเป็นมาตรฐานการชำระเงินสำหรับธุรกรรมระหว่างเครื่องกับเครื่อง (machine-to-machine) ที่ชำระด้วย USDC บน Base โปรโตคอล x402 นี้ประมวลผลธุรกรรม machine-to-machine ไปแล้วกว่า 50 ล้านรายการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026

ภาพแสดงเครือข่ายการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์หลายสกุลบนบล็อกเชน
กราฟิกแสดงเครือข่ายสเตเบิลคอยน์ที่เชื่อมต่อกันบนหลายบล็อกเชน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ AI agent ใช้ในการชำระเงินระหว่างกัน ภาพจาก: Abbas (X)

Bully นักลงทุนคริปโตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “AI ตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคริปโตในปี 2017 ตื่นเต้น คึกคัก และตามไม่ทัน ผมรักคริปโตและยังถือเยอะ แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่า AI agent กับ agentic workflow น่าจะเป็น use case ที่ดีที่สุดของคริปโต โดยเฉพาะสเตเบิลคอยน์ ที่ผมเคยเห็นมาตลอด” นี่คือมุมมองที่น่าคิด สเตเบิลคอยน์อาจไม่ได้เกิดมาเพื่อให้มนุษย์โอนเงินข้ามประเทศเป็นหลักอีกต่อไป แต่เกิดมาเพื่อเป็น “สกุลเงิน” ของเครื่องจักร

AI agent กำลังทำอะไรบนบล็อกเชน

AI agent กำลังทำอะไรบนบล็อกเชน
ภาพจาก AI

หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่า AI “ใช้เงิน” ทำอะไร ลองดูกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง

ประการแรก เช่าพลังประมวลผล (compute) AI agent ที่ต้องรัน model ขนาดใหญ่ต้องจ่ายค่าเช่า GPU แบบ on-demand และการจ่ายด้วยสเตเบิลคอยน์ทำได้ทันทีไม่ต้องรอ invoice

ประการที่สอง ซื้อข้อมูล AI agent จ่ายค่าเข้าถึง data feed ราคาตลาด ข่าวสาร และข้อมูล on-chain แบบ pay-per-query ทุกคำขอมีราคาไม่กี่เศษเซ็นต์ แต่เมื่อขอวันละล้านครั้ง มูลค่าสะสมมหาศาล

ประการที่สาม เทรดอัตโนมัติ Marco H เปิดเผยว่าเขาสร้าง “swarm” ของ AI agent 12 ตัวที่ “ถกเถียงกันทุก 5 นาทีเรื่องสถานการณ์ตลาดคริปโต จากนั้นเทรดเองโดยอัตโนมัติ ไม่มีมนุษย์เข้ามายุ่ง พวกมันโต้แย้ง ลงคะแนน แล้วเทรดขณะที่ผมหลับ” นี่ไม่ใช่ทฤษฎี มันเกิดขึ้นจริงแล้ว

ประการที่สี่ ทำสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) โดยอัตโนมัติ BullBrezza ชี้ให้เห็นว่า “การทำสัญญาบนบล็อกเชนโดย AI agent เป็นไอเดียที่ถูกประเมินค่าต่ำที่สุดในคริปโตตอนนี้ ทุกคนพูดเรื่อง AI แย่งงาน แต่ไม่มีใครพูดเรื่องว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ AI agent ต้องทำธุรกรรมกันเองด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร มนุษย์ต่อรองสัญญาเป็นวัน แต่ AI ทำเสร็จในวินาที”

นอกจากนี้ OpenClaw ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์ก AI agent แบบ open-source ยังช่วยให้ AI เชื่อมต่อกับเว็บกระดานเทรดคริปโตผ่าน API เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลตลาด วางกลยุทธ์ และดำเนินการเทรดโดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยดูแล อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI agent เทรดยังมีความเสี่ยงสูง ทั้งปัญหาด้านความปลอดภัยจาก API key รั่วไหล AI ตีความสัญญาณตลาดผิด และปัญหา LLM hallucination ที่อาจทำให้เกิดการเทรดผิดพลาดอย่างรุนแรง มหาวิทยาลัยบางแห่งถึงกับสั่งห้ามใช้ OpenClaw ในวิทยาเขต

Tether และ Coinbase แข่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เศรษฐกิจ AI

Tether และ Coinbase แข่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เศรษฐกิจ AI
ภาพจาก AI

เมื่อเห็นว่า AI agent กำลังกลายเป็น “ลูกค้า” รายใหญ่ของสเตเบิลคอยน์ บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการคริปโตก็เริ่มขยับ

Coinbase ไม่ได้แค่เปิดตัว Agentic Wallets เท่านั้น แต่ยังสร้างโปรโตคอล x402 ที่เป็นมาตรฐานการชำระเงินสำหรับ machine-to-machine โดยเฉพาะ ระบบนี้ชำระด้วย USDC บน Base ซึ่งเป็นเครือข่าย Ethereum Layer 2 ของ Coinbase เอง ดูเหมือนกลยุทธ์ของ Coinbase จะเป็นการสร้าง “ทางด่วน” ให้ AI agent ใช้งานบนเครือข่ายของตัวเอง

ฝั่ง Tether ก็ไม่ยอมน้อยหน้า กำลังพัฒนา QVAC แพลตฟอร์ม AI แบบกระจายศูนย์ที่เน้นให้ AI ทำงานแบบส่วนตัวและรันบนอุปกรณ์โดยตรง ลดการพึ่งพาระบบคลาวด์ส่วนกลาง Tether มองว่า QVAC คือ “กระบวนทัศน์ใหม่ของ AI ที่ความฉลาดทำงานได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร” เมื่อรวมกับ USDT ที่ Tether ออกอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่า Tether กำลังสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่ AI infrastructure ไปจนถึงสกุลเงินสำหรับ AI

แม้แต่ KuCoin ก็เพิ่งเปิดตัว Skill Hub เพื่อให้ AI agent และ LLM เข้าถึงข้อมูลเว็บกระดานเทรดผ่าน API เท่ากับเป็นการเปิด “ประตูหน้า” ให้ AI เข้ามาใช้งานเว็บกระดานเทรดอย่างเป็นทางการ

ภาพแสดง PayAG AI agent escrow system บน Base
ตัวอย่างโปรเจกต์ที่เปิดให้ AI agent ทำธุรกรรมผ่านระบบ escrow บนเครือข่าย Base ภาพจาก: PayAG.ai (X)

แต่ไม่ใช่แค่ฝั่งคริปโตเท่านั้นที่ตื่นตัว Visa กำลังพัฒนา Intelligent Commerce และ Mastercard มี Agent Pay ซึ่งช่วยให้ AI agent ทำธุรกรรมผ่านระบบบัตรเครดิตแบบ tokenized โดยมีมนุษย์ตั้งวงเงินควบคุม นี่แสดงว่าแม้แต่ระบบการเงินดั้งเดิมก็ยอมรับแล้วว่า AI agent จะเป็นผู้ใช้งานทางการเงินรายสำคัญ เพียงแต่แนวทางต่างกัน ฝั่งคริปโตให้อิสระเต็มที่ ฝั่งดั้งเดิมยังต้องมีมนุษย์กำกับ

สิ่งที่เทรดเดอร์ไทยต้องเข้าใจก่อนจะสายเกินไป

สิ่งที่เทรดเดอร์ไทยต้องเข้าใจก่อนจะสายเกินไป
ภาพจาก AI

สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ยังเทรดด้วยมือ ดูกราฟบนโทรศัพท์ แล้วตัดสินใจจากอารมณ์ สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Cappy พูดได้ตรงจุดว่า “คริปโตไม่ต้องการ mainstream หรอก mainstream ต่างหากที่จะต้องการ AI agent ที่ประกอบเป็นเศรษฐกิจเครื่องจักร และเศรษฐกิจเครื่องจักรนี้จะพึ่งพาคริปโต เครื่องจักรไม่มีหัวใจที่ต้องเอาชนะ พวกมันใช้ตรรกะและโค้ด”

คุณกำลังแข่งกับอัลกอริทึมที่ไม่เคยหลับ ไม่มีอารมณ์ ไม่เคย FOMO และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลนับล้านจุดภายในเสี้ยววินาที Loki ย้ำว่า “การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ใช่แค่คริปโตกับบัตรเครดิต แต่คือ AI agent กำลังจะกลายเป็นตัวแสดงทางเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ เมื่อซอฟต์แวร์สามารถค้นหา ตัดสินใจ และจ่ายเงินได้เอง การค้าจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง”

ลองคิดดูให้ดี ถ้า AI agent 400,000 ตัวทำ 140 ล้านธุรกรรมใน 9 เดือนวันนี้ แล้วอีก 2 ปีจะเป็นเท่าไหร่? ถ้าอัตราเร่งเป็นแบบ exponential ผู้ซื้อสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ที่สุดในปี 2027 อาจไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเครื่องจักร

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นด้านกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน ระบบ compliance การตรวจจับการฉ้อโกง และการยืนยันตัวตนในปัจจุบันสร้างมาเพื่อมนุษย์ทั้งสิ้น เมื่อ AI agent เป็นผู้ทำธุรกรรม คำถามว่า “ใครรับผิดชอบ” เมื่อเกิดความเสียหายยังไม่มีคำตอบ ผู้กำกับดูแลทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายในการสร้างกรอบกฎหมายใหม่สำหรับตัวแสดงทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่มนุษย์

เศรษฐกิจเครื่องจักรมูลค่าล้านล้านดอลลาร์กำลังจะมา

ภาพใหญ่ที่กำลังก่อตัวคือ “เศรษฐกิจเครื่องจักร” (machine economy) ที่ AI agent ทำธุรกรรมกันเอง ซื้อบริการกันเอง และสร้างมูลค่ากันเองโดยมีมนุษย์เป็นเพียง “ผู้ตั้งค่า” เริ่มต้น

สเตเบิลคอยน์ในบริบทนี้ไม่ใช่แค่ “ที่จอดเงิน” ระหว่างรอเข้าเหรียญอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ชั้นปฏิบัติการ” (operating layer) ของคริปโต ดังที่ Mesh กล่าวว่า “สเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นชั้นปฏิบัติการของคริปโต ไม่ใช่แค่ที่จอดรถ และสนามรบครั้งต่อไปคือการกระจายเข้าสู่ระบบชำระเงินจริงและแอปพลิเคชัน”

ข้อมูลจาก Vega Finance ก็สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยชี้ว่า “สภาพคล่องย้ายออกจากคริปโตไปสู่สเตเบิลคอยน์ USDT และ USDC เพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่เดือน นั่นคือ dry powder ที่รอจังหวะ” และเมื่อ AI agent กลายเป็นผู้ใช้สเตเบิลคอยน์รายสำคัญ demand สำหรับ USDC อาจเติบโตแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

Tether กำลังสร้าง QVAC เพื่อให้ AI ทำงานแบบกระจายศูนย์ Coinbase สร้าง x402 เพื่อให้ AI จ่ายเงินบน Base ได้สะดวก KuCoin เปิด Skill Hub ให้ AI เข้าถึงข้อมูลเว็บกระดานเทรด ทุกบริษัทยักษ์ใหญ่กำลังวางตัวเพื่อเป็น “ธนาคารของ AI” ทั้งที่ AI เลือกคริปโตเพราะไม่อยากใช้ธนาคารตั้งแต่แรก

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิดมาก เรามักถกเถียงกันว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์เมื่อไหร่ แต่คำถามที่ถูกต้องกว่าน่าจะเป็น “AI กำลังสร้างเศรษฐกิจของตัวเองที่มนุษย์ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือเปล่า?”

140 ล้านธุรกรรม $43 ล้าน มูลค่าเฉลี่ยครั้งละ 31 เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้ดูเล็กเมื่อเทียบกับตลาดสเตเบิลคอยน์ทั้งหมด แต่ผมอยากเตือนว่า Bitcoin เองก็เคยเป็น “ของเล่น” ที่มูลค่าไม่ถึง 1 เซ็นต์ในปี 2009 สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ขนาดของวันนี้ แต่คือทิศทางและอัตราเร่ง

สำหรับเทรดเดอร์ไทย ผมคิดว่าต้องเริ่มทำความเข้าใจ 3 เรื่องให้ลึก หนึ่ง สเตเบิลคอยน์ไม่ใช่แค่ “USDT ที่ถือไว้รอซื้อเหรียญ” อีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจใหม่ สอง AI agent ที่เทรดอัตโนมัติจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใครยังเทรดด้วยมืออย่างเดียวโดยไม่ใช้เครื่องมืออะไรเลย ย่อมเสียเปรียบ และสาม ต้องจับตาดูว่า demand สำหรับสเตเบิลคอยน์จาก AI agent จะส่งผลต่อราคาเหรียญอื่น ๆ อย่างไร

แต่ผมก็อยากเตือนด้วยว่าอย่าตื่นเต้นเกินไปจนลืมความเสี่ยง AI agent เทรดเองได้ก็ “พังเอง” ได้เช่นกัน ปัญหา hallucination ที่ AI ตีความข้อมูลผิด หรือ API key รั่วไหลจนถูกแฮก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เศรษฐกิจเครื่องจักรกำลังเติบโต แต่มันยังเป็นทารกที่เดินเซ ๆ อยู่ คนที่เข้าใจทั้งโอกาสและความเสี่ยงจะได้เปรียบ คนที่เชื่อว่ามันจะสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรกอาจเจ็บตัว

เศรษฐกิจล้านล้านดอลลาร์ถัดไปอาจไม่ได้ขับเคลื่อนโดยมนุษย์ คำถามคือ คุณพร้อมแค่ไหน?

ภาพจาก AI