bitkub-banner

USDC แซง USDT ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ดันหุ้น Circle พุ่งกว่า 100%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้น Circle Internet Group (NYSE: CRCL) พุ่งขึ้นกว่า 107% ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน หลังผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ออกมาดีเกินคาด โดยแตะระดับ $111 เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา
  • นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนหลักมาจากดอกเบี้ยในระดับสูงที่ช่วยเพิ่มรายได้จากเงินสำรอง รวมถึง USDC แซง USDT ในปริมาณธุรกรรมครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 และตลาดสินทรัพย์โลกแบบโทเคนที่ขยายตัวต่อเนื่อง
  • Mizuho ปรับเป้าราคาหุ้น CRCL ขึ้นเป็น $120 ขณะที่ Bernstein ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และสถาบันชั้นนำอย่าง JPMorgan เริ่มเข้าถือหุ้นใหม่ สัญญาณชัดว่าตลาดสเตเบิลคอยน์กำลังก้าวสู่ยุคใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การพุ่งขึ้นของหุ้น Circle สะท้อนความต้องการ USDC ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อกิจกรรมใน DeFi และระบบนิเวศคริปโตโดยรวม นอกจากนี้ การที่ USDC แซง USDT ในปริมาณธุรกรรมยังช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของสเตเบิลคอยน์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ซึ่งดึงดูดสถาบันขนาดใหญ่เข้ามาในตลาดมากขึ้น

หุ้นของ Circle Internet Group (NYSE: CRCL) ผู้ออก USDC สเตเบิลคอยน์รายใหญ่ พุ่งขึ้นกว่า 107% ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม 2026 โดยแตะระดับ $111 เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ตามรายงานจาก CoinDesk แรงหนุนหลักมาจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งดีเกินคาดอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 35% ในวันเดียว จากจุดต่ำสุดของปีที่ $50.23 เมื่อวันที่ 5 ก.พ. มาปิดที่ $101.91 ในวันที่ 5 มี.ค. นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยสามปัจจัยหลัก ได้แก่ ความต้องการ USDC ที่เพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยในระดับสูงที่เอื้อต่อโมเดลธุรกิจของ Circle และการขยายตัวของตลาดสินทรัพย์โลกแบบโทเคน

ผลประกอบการแกร่งและ USDC แซง USDT ดันหุ้นพุ่ง

ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ของ Circle แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกมิติ กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ $0.43 เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียง $0.25 รายได้เติบโต 76.9% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะระดับประมาณ 770 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ราว 133 ล้านดอลลาร์ ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ Adjusted EBITDA พุ่งขึ้นถึง 412% แตะ 167 ล้านดอลลาร์ โดยมีอัตรากำไร 54%

ด้านปริมาณการใช้งาน USDC เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนสามารถแซง USDT ในแง่ปริมาณธุรกรรมได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 โดยประมวลผลธุรกรรมรวมประมาณ 5.9 ล้านล้านดอลลาร์ต่อเดือนบนเครือข่าย Base, Ethereum และ Solana ณ วันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา มูลค่าหมุนเวียน USDC ยังเพิ่มขึ้น 72% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะ 75,300 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องนี้ไว้ใน USDC แซง USDT ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

โมเดลธุรกิจพึ่งดอกเบี้ย และความชัดเจนด้านกฎหมายหนุนเพิ่ม

หัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจ Circle คือการนำเงินสำรองที่หนุน USDC ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรับดอกเบี้ย ซึ่งในช่วงปี 2022-2024 รายได้ดอกเบี้ยนี้คิดเป็น 95-99% ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท ในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง Circle จึงได้ประโยชน์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่ามีข้อตกลงแบ่งรายได้กับ Coinbase ด้วย โดย Coinbase จะได้รับรายได้ดอกเบี้ยทั้งหมดจาก USDC ที่ฝากบนแพลตฟอร์มของตัวเอง ส่วนรายได้นอกแพลตฟอร์มแบ่ง 50-50

อีกปัจจัยที่นักวิเคราะห์หยิบยกมาคือการผ่านกฎหมาย Genius Act ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ให้ความชัดเจนด้านกฎหมายสำหรับผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ส่งผลให้ Circle ถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญมากกว่าแค่บริษัทคริปโต โดย Mizuho ปรับเป้าราคาหุ้น CRCL ขึ้นเป็น $120 ขณะที่ Bernstein ยืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” และสถาบันขนาดใหญ่อย่าง JPMorgan และ Clear Street Group เริ่มเข้าถือหุ้นใหม่

ตลาดสินทรัพย์โทเคนเติบโตหนุน Circle ระยะยาว

ตลาดสินทรัพย์โลกแบบโทเคน (RWA) รวมถึงสเตเบิลคอยน์และกองทุนในรูปแบบโทเคน แตะมูลค่า 23,600 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2026 เพิ่มขึ้น 66% จาก 14,100 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นปี ขณะที่มูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์รวมทั้งหมดทำสถิติสูงสุดใหม่ที่กว่า 3.14 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา Ark Invest ประเมินว่าสินทรัพย์โทเคนอาจพุ่งทะลุ 11 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ซึ่งหาก Circle ยังรักษาตำแหน่งผู้นำได้ ศักยภาพการเติบโตระยะยาวยังเปิดกว้างมาก

ที่น่าสังเกตคือการพุ่งของหุ้น Circle เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตโดยรวมยังซบเซา แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มมองหุ้น CRCL ในฐานะหุ้นของ “โครงสร้างพื้นฐานการเงิน” มากกว่าหุ้นคริปโตทั่วไป Circle เพิ่งเข้าตลาดหุ้นผ่าน IPO เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2025 ในราคา $31 ต่อหุ้น และปิดวันแรกที่ $83 ดังนั้นผู้ที่ถือตั้งแต่ IPO ปัจจุบันมีกำไรเกือบสามเท่าตัวแล้ว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่อง Circle นี้น่าสนใจมากในแง่ที่มันไม่ใช่แค่ “หุ้นคริปโตปั่น” ทั่วไป แต่เป็นสัญญาณว่าสเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินจริงๆ เหมือนที่ Visa หรือ Mastercard เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบบัตรเครดิต สิ่งที่น่าจับตาคืออัตราดอกเบี้ย ถ้า Fed ปรับลดดอกเบี้ยลงมา รายได้หลักของ Circle ที่มาจากพันธบัตรสหรัฐฯ จะหดหาย และนั่นอาจกระทบราคาหุ้นรุนแรง นอกจากนี้การแข่งขันจาก USDT ของ Tether ยังไม่ได้หมดไป และที่น่ากังวลอีกอย่างคือการที่ Coinbase ได้ส่วนแบ่งรายได้ไปมากพอสมควร ทำให้ Circle ต้องพึ่งพาพาร์ทเนอร์เพียงเจ้าใหญ่รายเดียว ลองติดตามดูครับว่าทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะออกมาทางไหน เพราะนั่นคือตัวแปรสำคัญที่สุดสำหรับราคาหุ้น CRCL ในช่วงครึ่งปีหลัง

เครดิตภาพจาก @blockchainisth