สรุปข่าว
- Bitcoin ทะลุแนวต้าน $75,000 ออกจากกรอบ Sideway ที่กินเวลากว่า 4 สัปดาห์ ($64,000 $75,000) โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ $75,853 เพิ่มขึ้น 4.87% ใน 24 ชั่วโมง
- การดีดตัวจากจุดต่ำสุดวันที่ 9 มี.ค. ที่ $66,036 มาถึงระดับนี้คิดเป็น 13% แต่แนวโน้มขาลงระยะยาวจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $124,774 ยังคงอยู่
- สิ่งที่ต้องจับตาคือการปิดราคาเหนือ $75,000 อย่างยั่งยืน เพื่อยืนยันว่าการทะลุกรอบครั้งนี้ไม่ใช่การหลอกล่อ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การทะลุกรอบ Sideway ครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกในระยะสั้น แต่แนวโน้มขาลงระยะยาวยังไม่ถูกพลิกกลับ ตลาดยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมว่าราคาสามารถยืนเหนือ $75,000 ได้อย่างต่อเนื่องก่อนที่จะสรุปได้ว่าเป็นการกลับตัวที่แท้จริง
วันที่ 17 มี.ค. 2569 ราคา Bitcoin พุ่งทะลุระดับ $75,000 เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 สัปดาห์ โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ $75,853 เพิ่มขึ้น 4.87% ใน 24 ชั่วโมง หลังจากแกว่งตัวอยู่ในกรอบ $64,000 $75,000 มาตลอดตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. ตลาดเริ่มคึกคักอีกครั้ง แต่คำถามที่นักลงทุนหลายรายกำลังถามตัวเองอยู่ขณะนี้คือ นี่คือการเริ่มต้นขาขึ้นจริง หรือแค่กับดักที่รอให้คนกระโดดเข้าไป

มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งขึ้นมาที่ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนว่ามีแรงซื้อและแรงขายเข้ามาในตลาดพร้อมกันอย่างหนาแน่น ราคาสูงสุดในรอบวันอยู่ที่ $75,388 และต่ำสุดที่ $72,333 ก่อนที่จะดีดตัวขึ้นมาปิดเหนือ $75,000 ในช่วงเย็น
ฝั่งที่มองว่าการทะลุกรอบครั้งนี้คือของจริง
ในมุมมองของฝ่ายที่มองบวก การที่ Bitcoin สามารถดีดตัวจาก $66,036 เมื่อวันที่ 9 มี.ค. มาได้ถึง $75,853 ในเวลาเพียง 8 วัน คิดเป็นการฟื้นตัวกว่า 13% บนปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ โครงสร้างราคาในกราฟ 4 ชั่วโมงแสดงจุดต่ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และจุดสูงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบขาขึ้นที่ชัดเจน
นอกจากนี้ กรอบ Sideway ที่กินเวลา 4 สัปดาห์ถือเป็นการสะสมแรงซื้ออย่างมีนัยสำคัญ การทะลุกรอบขาบนมักตามมาด้วยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและรุนแรง เพราะผู้ที่รอซื้อบนกรอบมักกระโดดเข้าตลาดพร้อมกัน ประกอบกับสภาพแวดล้อมมหภาคที่เริ่มเอื้ออำนวยมากขึ้น โดยตลาดกำลังจับตาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังหรือไม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นแรงหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ได้รับแรงซื้อเพิ่ม
ฝั่งที่เตือนว่าอย่าเพิ่งดีใจ นี่อาจเป็นกับดัก
อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลหนักแน่นที่ทำให้นักลงทุนหลายรายยังไม่กล้าเชื่อมือ เพราะแนวโน้มขาลงระยะยาวจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $124,774 ในเดือน ก.ค. 2568 ยังคงอยู่ครบถ้วน Bitcoin ร่วงลงมากกว่า 40% จากจุดนั้นและโครงสร้างของจุดสูงที่ต่ำลงและจุดต่ำที่ต่ำลงยังคงสมบูรณ์อยู่
การทะลุกรอบที่ $75,000 ในลักษณะนี้อาจเป็น “การทะลุหลอก” (false breakout) ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในตลาดขาลง เมื่อราคาดูดเงินซื้อจากนักลงทุนรายใหม่เข้ามาก่อนที่จะดิ่งกลับลงไปทดสอบจุดต่ำอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น กรอบ Sideway ที่เกิดขึ้นหลังจากราคาดิ่งหนักมักเป็นแค่การพักตัวชั่วคราวในแนวโน้มขาลง ไม่ใช่การพลิกกลับทิศทาง ประกอบกับบริบทมหภาคทั่วโลกในปี 2569 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงิน ซึ่งสามารถกดดันสินทรัพย์เสี่ยงได้ทุกเมื่อ
สัญญาณที่จะบอกว่าฝ่ายไหนถูก
สิ่งที่จะตัดสินว่าการทะลุกรอบครั้งนี้เป็นของจริงหรือแค่กับดัก ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือ Bitcoin ต้องปิดราคาเหนือ $75,000 อย่างยั่งยืนในกรอบเวลาหลายวัน ไม่ใช่แค่แตะระดับนี้ชั่วคราวแล้วดีดกลับ การปิดราคารายวันและรายสัปดาห์เหนือระดับนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นชั่วคราวในกรอบเวลาสั้น
ปริมาณการซื้อขายก็เป็นตัวชี้ขาดสำคัญ หากราคาขึ้นต่อบนปริมาณที่ลดลง นั่นคือสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อกำลังอ่อนแรง ในทางกลับกัน หากปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นพร้อมกับราคา นั่นจะเสริมความน่าเชื่อถือของการทะลุกรอบมากขึ้น นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนในกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในตลาดปัจจุบัน รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินจาก Fed จะเป็นตัวแปรมหภาคที่กำหนดทิศทางระยะกลางของตลาด
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมรู้สึก “ตื่นเต้นแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ” กับการขึ้นรอบนี้ การที่ราคาหลุดกรอบ $75,000 ขึ้นมาได้หลังจากที่แกว่งอยู่ในกรอบนานกว่าเดือนนั้นน่าสนใจมาก แต่ผมยังจำได้ดีว่า Bitcoin เคยสร้างการทะลุกรอบหลอกหลายครั้งในช่วงขาลงที่ผ่านมา
สิ่งที่ผมจะจับตาดูมากที่สุดคือว่า Bitcoin จะปิดราคาสัปดาห์นี้ที่ไหน ถ้าสามารถรักษาตัวเหนือ $75,000 ได้ตลอดทั้งสัปดาห์และปริมาณการซื้อขายยังคงสูง นั่นจะทำให้ภาพรวมเปลี่ยนไปในมุมที่น่าสนใจกว่านี้ แต่ถ้าราคาดีดกลับลงไปอยู่ใต้กรอบเดิมภายในไม่กี่วัน นั่นคือสัญญาณเตือนที่ต้องนำไปคิดต่อว่าตลาดยังไม่พร้อมพลิกทิศทาง
คำถามที่ผมฝากไว้ให้ทุกคนคิดคือ ในตลาดที่ราคาร่วงมากกว่า 40% จากจุดสูงสุด แล้วดีดกลับขึ้นมา 13% คุณจะเรียกมันว่า “ต้นขาขึ้นใหม่” หรือ “การดีดกลับในขาลง” และคำตอบที่คุณให้กับตัวเองนั้น ควรมาจากข้อมูลและเงื่อนไขที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่จากความรู้สึกตื่นเต้นในช่วงราคาขาขึ้น
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
