bitkub-banner

Citigroup หั่นเป้าราคา BTC – ETH ในรอบ 12 เดือน! หลังกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ ส่อแววแท้งติดหล่มในสภา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Citigroup ปรับลดเป้าหมายราคา Bitcoin ลงเหลือ 112,000 ดอลลาร์ และ Ethereum เหลือ 3,175 ดอลลาร์ ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เนื่องจากความล่าช้าของกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ
  • Citigroup วิเคราะห์ว่า โอกาสที่ราคาจะเกิดแรงหนุนจากกฎระเบียบกำลังลดน้อยลงตามกรอบเวลาที่บีบคั้น ขณะที่ประเด็น Stablecoin ยังเป็นปมขัดแย้งหลักในวุฒิสภา
  • Citigroup ระบุว่า Ethereum มีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากกิจกรรมการใช้งานบนเครือข่ายยังคงอ่อนแรง แม้จะมีปัจจัยบวกจากเรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็น (Tokenization) คอยประคองไว้ก็ตาม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การปรับลดเป้าหมายราคาของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Citigroup สะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อปัจจัยภายนอกที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเงิน แต่เป็นเรื่องของกฎหมาย 

ตลาดอาจเข้าสู่สภาวะ Sideway เพื่อรอความชัดเจนจากภาครัฐ แต่เป้าหมายใหม่ที่ 112,000 ดอลลาร์ ก็ยังคงสูงกว่าราคาปัจจุบันค่อนข้างมาก แสดงว่าพื้นฐานของ Bitcoin ยังคงแข็งแกร่ง เพียงแต่ขาด “ข่าวดี” ที่จะมาเป็นตัวจุดชนวนให้พุ่งทะยานในระยะสั้น

วันที่ 17 มีนาคม กลายเป็นวันที่นักลงทุนคริปโตต้องกลับมาทบทวนพอร์ตกันอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่ทางการเงินอย่าง Citigroup ออกโรงหั่นคาดการณ์ราคา Bitcoin และ Ethereum ในรอบ 12 เดือนข้างหน้าแบบมีนัยสำคัญ 

ซึ่งทีมวิเคราะห์มองว่า ความหวังที่จะเห็นกฎหมายคริปโตฉบับสมบูรณ์ออกมาเป็นตัวเร่งตลาดกำลังริบหรี่ลงทุกที ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเดิมที่เคยดูสดใสต้องถูกปรับลดลงตามความเป็นจริงของโลกการเมืองสหรัฐฯ ที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้

เปิดตัวเลขเป้าหมายใหม่ หลังหน้าต่างโอกาสเริ่มปิด

Citigroup ตัดสินใจปรับลดเป้าหมายราคา Bitcoin จากเดิม 143,000 ดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ 112,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ถูกหั่นเป้าลงจาก 4,304 ดอลลาร์ เหลือเพียง 3,175 ดอลลาร์ 

สาเหตุหลักมาจากความคืบหน้าของกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตอย่าง CLARITY Act ที่ยังคงติดหล่มอยู่ในวุฒิสภา โดยเฉพาะความขัดแย้งในประเด็น Stablecoin ที่ตกลงกันไม่ได้เสียที นักวิเคราะห์จึงมองว่า หน้าต่างโอกาสที่กฎหมายจะผ่านก่อนปี 2026 กำลังลดลงทุกวัน และนั่นคือความเสี่ยงใหญ่ที่ตลาดไม่ได้เตรียมใจรับ

Ethereum ตกที่นั่งลำบากกว่า Bitcoin?

ในบรรดาสองสินทรัพย์หลัก Citi มองว่า Ethereum มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากกิจกรรมของผู้ใช้งานในช่วงนี้ยังค่อนข้างซบเซาเมื่อเทียบกับความคาดหวัง 

อย่างไรก็ตาม ETH ยังพอมีแสงสว่างจากกระแส Stablecoin และการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาแปลงเป็นโทเค็นที่อาจช่วยพยุงราคาไว้ได้ แต่หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย เป้าหมายราคาของ  ETH อาจดิ่งลงไปลึกถึง 1,198 ดอลลาร์  และเป้าหมายราคา BTC อาจร่วงลงไป 58,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกรณีที่แย่ที่สุดที่นักลงทุนต้องเตรียมรับมือ

การเมืองสหรัฐฯ ตัวแปรชี้ชะตาที่สำคัญ

ความซับซ้อนของการเมืองสหรัฐฯ คือ อีกหนึ่งปัจจัยกดดัน หากการเลือกตั้งปลายปีนี้พรรคเดโมแครตได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น การผ่านกฎหมายคริปโตอาจกลายเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากคนในพรรคยังมีความเห็นแตกกระจาย บางกลุ่มต้องการเพิ่มกฎเหล็กห้ามนักการเมืองทำกำไรจากคริปโต ซึ่งอาจไปกระทบกับโปรเจกต์ของครอบครัว Donald Trump โดยตรง ภาวะสูญญากาศทางกฎหมายนี้เอง ที่ทำให้ราคา Bitcoin อาจทำได้เพียงแกว่งตัวในกรอบ Sideway ที่แถวระดับ 70,000 ดอลลาร์ เพื่อรอคอยสัญญาณที่ชัดเจน

ที่มา : channelnewsasia


มุมมองผู้เขียน : การที่ Citi ออกมาหั่นเป้าครั้งนี้ เหมือนเป็นการเตือนสติว่า “ข่าวดีจากภาครัฐ” คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ตลาดยังขาดอยู่