bitkub-banner

อิหร่านยันส่งออกน้ำมันปกติ แม้โดนสหรัฐฯ ถล่มเป้าทหาร ตลาดหายใจได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อิหร่านยืนยันการส่งออกน้ำมันดิบผ่านเกาะ Kharg ดำเนินต่อเนื่องตามปกติ หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะเมื่อคืนวันที่ 13-14 มี.ค. 2569
  • Trump ระบุกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเฉพาะเป้าทางทหาร ไม่แตะโครงสร้างน้ำมัน พร้อมเตือนอาจเปลี่ยนใจหากอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
  • เกาะ Kharg รับผิดชอบการส่งออกน้ำมันดิบอิหร่านกว่า 90% สถานะของเกาะนี้จึงมีผลโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลกและบรรยากาศการลงทุน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่อิหร่านยืนยันว่าการส่งออกน้ำมันยังดำเนินต่อได้ตามปกติ ช่วยลดความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันโลกหยุดชะงักในทันที ส่งผลดีต่อบรรยากาศตลาดโดยรวมและลดแรงกดดันฝั่งขายในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต อย่างไรก็ตามช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ ความเสี่ยงจึงยังไม่หมดไปทั้งหมด

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 เอห์ซาน จาฮาเนียน รองผู้ว่าราชการจังหวัดบูเชห์รของอิหร่าน ออกมายืนยันว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านเกาะ Kharg ยังคงดำเนินต่อเนื่อง “อย่างเต็มที่และเป็นปกติ” ตามรายงานจาก Whale Insider โดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากสำนักข่าว IRNA และสำนักข่าวอนาโดลู คำยืนยันนี้เกิดขึ้นหลังกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะในช่วงดึกคืนวันที่ 13 และเช้ามืดวันที่ 14 มี.ค. 2569 เกาะ Kharg ถือเป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบหลักของอิหร่าน คิดเป็นสัดส่วนราว 90-96% ของการส่งออกน้ำมันดิบทั้งประเทศ หรือประมาณ 1.54 ล้านบาร์เรลต่อวัน

Trump โจมตีเป้าทหาร เก็บโครงสร้างน้ำมันไว้เป็นไพ่ต่อรอง

ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศผ่าน Truth Social ว่ากองกำลังสหรัฐฯ “ทำลายเป้าหมายทางทหารทุกจุด” บนเกาะ Kharg แต่เน้นย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันไม่ได้ถูกโจมตีด้วยเหตุผล “ด้านมนุษยธรรม” พร้อมกันนี้ Trump เตือนอย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากอิหร่านยังคงรบกวนการสัญจรเสรีและปลอดภัยของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ความสามารถในการโจมตีโครงสร้างพลังงานเป็นเครื่องมือกดดันทางการทูต โดยยังไม่ใช้จริงในทันที

ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ยืนยันว่าถังเก็บน้ำมันดิบทั้ง 55 ถังบนเกาะยังคงสภาพสมบูรณ์ ขณะที่มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำกำลังบรรจุน้ำมันรวมกันกว่า 2.7 ล้านบาร์เรลในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการส่งออกน้ำมันอิหร่านยังคงถูกกดดันจากช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านปิดกั้นการสัญจรตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2569 ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันโลกประมาณ 20% หรือเกือบ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ผลกระทบต่อตลาดพลังงานและคริปโต

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะ $94 ต่อบาร์เรล ขณะที่ West Texas Intermediate ทะลุ $90 นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง $200 ต่อบาร์เรล หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเร่งเงินเฟ้อโลก กระทบนโยบายการเงินของธนาคารกลาง และบั่นทอนความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุน ซึ่งกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโต นอกจากนี้ราคาพลังงานที่สูงยังเพิ่มต้นทุนการขุด Bitcoin โดยตรงอีกด้วย

การยืนยันว่า Kharg Island ยังส่งออกน้ำมันได้ปกติจึงเป็นสัญญาณที่ช่วยลดแรงกดดันฝั่งขายในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ราคาน้ำมันดิ่งลง 8% ใน 12 ชั่วโมง หลังมีสัญญาณผ่อนคลายด้านการเข้าถึงน้ำมันอิหร่าน และ อิหร่านเผยช่องแคบฮอร์มุซเปิดรับทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าพัฒนาการในภูมิภาคนี้ถูกตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกระยะสั้นที่ช่วยลดความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าวิกฤตจบแล้ว เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ และ Trump ยังคงเปิดตัวเลือกโจมตีโครงสร้างน้ำมันไว้อยู่ ตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไปคือท่าทีของอิหร่านต่อการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ถ้าเปิดได้จริงราคาน้ำมันน่าจะร่วงหนัก และตลาดคริปโตก็น่าจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม แต่ถ้าสถานการณ์บานปลายและสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีโครงสร้างน้ำมันจริง ตลาดจะตอบสนองรุนแรงมาก

เครดิตภาพจาก @WhaleInsider