สรุปข่าว
- Ray Dalio ชี้ว่าผลลัพธ์ของสงครามนี้คือตัวกำหนดทิศทางโลก หากอิหร่านยึดหรือขู่ปิดช่องแคบได้ สหรัฐฯ จะสูญเสียอำนาจนำทันที นำไปสู่การเสื่อมถอยของอเมริกา
- หากทรัมป์ชนะเด็ดขาด มันจะยิ่งตอกย้ำความเป็นมหาอำนาจและสร้างความแข็งแกร่งให้เงินดอลลาร์ต่อไปอีกหลายปี
- สงครามครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญแต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรใหญ่ที่เลี่ยงไม่ได้
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Ray Dalio ได้ออกมาวิเคราะห์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ณ ช่องแคบฮอร์มุซ ว่าเป็น “ศึกสุดท้าย” ที่จะชี้ชะตาระเบียบโลกใหม่และสงครามครั้งนี้จะไม่จบลงที่โต๊ะแต่จะมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งท้ายที่สุด Dalio ชี้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเพียงกลไกหนึ่งในวัฏจักรใหญ่ทางประวัติศาสตร์ ที่มนุษย์ทุกคนต้องทำความเข้าใจและเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารที่กำลังจะมาถึง
Ray Dalio นักลงทุนชื่อดังระดับตำนาน เมื่อไม่นานมานี้ได้เผยแพร่บทความและความคิดเห็นทางการเมืองลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งคราวนี้เป็นการพูดถึงบทสรุปของ “ศึกสุดท้าย” ณ ช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะกลายเป็นจุดตัดสินชี้ชะตาโลกเพราะน้ำมันกว่า 30% ของโลกถูกส่งออกมาจากจุดคอขวดที่นั่น ซึ่งเขาได้แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 4 หัวข้อหลักดังนี้
1.ถ้าอิหร่านยังควบคุมช่องแคบหรือขู่ปิดได้
หากอิหร่านยังมีอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ จะถูกนับว่าเป็น “ผู้แพ้สงคราม” ไปโดยปริยาย เพราะแสดงว่าพี่ใหญ่ของโลกไม่มีความสามารถที่จะปกป้องเส้นทางการค้าสำคัญของโลกและแก้ไขสถานการณ์ได้
ผลกระทบที่ตามมาจากนั้นจะเป็นการเสียหน้าครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ที่แสดงความอ่อนแอออกมา ชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย (ซาอุฯ, UAE) จะเริ่มหวาดกลัวและวิตก, โลกเศรษฐกิจจะช็อกอย่างรุนแรง น้ำมันจะพุ่งสูงและระบบ Supply chain จะพังพินาศ ก่อให้เกิดการล่มสลายของจักรวรรดิอเมริกัน และระเบียบโลก เร่งเวลาให้ระบบหลายขั้วอำนาจมาถึงเร็วกว่าคาด
Dalio ยกตัวอย่างในประวัติศาสตร์ขึ้นมาว่าชาติมหาอำนาจเคยต้องดับสูญด้วยน้ำเมื่อจากประเทศที่เล็กกว่ามาแล้วด้วยเหตุผลทางการค้าและเศรษฐกิจ เช่น กรณีของวิกฤตคลองสุเอซระหว่างอียิปต์และอังกฤษ หรือจะเป็นการล่มสลายของฮอลแลนด์ ในศตวรรษที่ 18 และสเปน ในศตวรรษที่ 17
2.ถ้าทรัมป์ชนะ
ในกรณีที่ทรัมป์สามารถปราบอิหร่านได้อย่างเบ็ดเสร็จและเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างถาวร จะเป็นการพิสูจน์อย่างดีว่าสหรัฐฯ นั้นคงกระพันแข็งแกร่งมิอาจล้มได้ โดยเหตุผลนั้นจะทำให้ความเชื่อมั่นในทรัมป์รวมถึงสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูง ลามไปจนถึงค่าเงินดอลลาร์ และพันธบัตรรัฐบาล ตอกย้ำความเป็นมหาอำนาจของโลกทั้งในแง่กำลังรบ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี
การกำจัดภัยคุกคามจากอิหร่าน จะสร้างความประทับใจมหาศาลไปอีกนานหลายปีสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ส่งผลต่อการค้า การไหลของทุน และพัฒนาการภูมิรัฐศาสตร์กับจีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ คิวบา ยูเครน ยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น ฯลฯ
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ปัจจุบัน ทรัมป์กำลังเรียกร้องให้ชาติพันธมิตร เข้ามาช่วยเหลือในสงครามครั้งนี้เพื่อเปิดช่องแคบ ซึ่งถ้าหากเขาสามารถรวมกำลังพลได้และแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ ได้ก็จะเป็นแต้มต่อให้กับสหรัฐฯได้มาก
3.สงครามความแค้น
Dalio ยังกล่าวต่อไปอีกว่าสงครามในครั้งนี้อาจไม่จบลงง่ายๆด้วยหลักเหตุและผลทางเศรษฐกิจ เพราะอิหร่านพร้อมที่จะสู้แบบสุดตัวจนสิ้นชาติ เพราะมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี + การแก้แค้น และศาสนา
กองทัพอิหร่านพร้อมที่จะยอมตายและวางแผนลากสงครามให้ยืดเยื้อ เพื่อที่จะได้ทำให้สหรัฐฯ เจ็บปวดทุกข์ทรมานให้ได้มากที่สุดทั้งจาก ชีวิตกำลังพล, เงินที่สูญเสีย, ราคาน้ำมันโลก รวมถึงปัญหาการเมืองภายใน แน่นอนว่าด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าของสหรัฐฯ ย่อมเกิดความเสียหายมากกว่าอิหร่านหลายเท่าตัว
เมื่อเทียบกับอิหร่านแล้ว ประชาชนชาวอเมริกันมีความเห็นชอบและทนกับความเจ็บปวดของภัยสงครามได้น้อยกว่ามาก หากการต่อสู้ยืดเยื้อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยอาจรวมตัวกันให้รัฐบาลยอมถอนตัวเอง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับสงครามเวียดนาม อิรัก และ อัฟกานิสถาน
4.ไม่มีเจรจา ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว
Dalio วิเคราะห์ว่าบทสรุปของสงครามนี้จะไม่ใช่การเจรจาข้อตกลงและทุกอย่างจะไร้ค่า เพราะทั้งสองฝ่ายทราบกันดีอยู่แล้วว่าสงครามจะถูกตัดสินด้วย “การต่อสู้ครั้งสุดท้าย” ใครที่ควบคุมฮอร์มุซสำเร็จจะเป็นที่ผู้ที่เปลี่ยนทิศทางของโลก
การต่อสู้ปิดฉากนี้จะใหญ่และดุเดือดมาก อาจต้องใช้เรือรบหลายชาติร่วมกัน ซึ่งอิหร่านก็พร้อมขู่ทำลายทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคทันทีถ้าถูกกดดัน
บทส่งท้าย
สงครามปัจจุบันนี้ รวมถึงสงครามก่อนหน้า ล้วนเป็นส่วนแค่ส่วนเล็กๆ ของ Big Cycle ใหญ่แบบคลาสสิกที่แฝงนัยยะทางการเงิน การเมือง และเทคโนโลยี เท่านั้น
Dalio กล่าวว่าเราสามารถนำบทเรียนจากอดีตมาใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้ และเขาหวังที่จะส่งต่อหลักการและแนวคิดที่อาจช่วยคนอื่นผ่านช่วงเวลายุ่งเหยิงนี้ได้ อย่างที่เคยอธิบายเรื่องการศึกษาการขึ้นลงของจักรวรรดิและสกุลเงินสำรองใน 500 ปีที่ผ่านมาที่ประกอบไปด้วย 5 แรงใหญ่ที่ขับเคลื่อนระเบียบโลกได้แก่:
- วัฏจักรหนี้ระยะยาว
- วัฏจักรการเมืองภายในเรื่องระเบียบและความวุ่นวายซึ่งนำไปสู่สงครามกลางเมือง
- วัฏจักรภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศเรื่องระเบียบและความวุ่นวาย อันนำไปสู่สงครามโลก
- ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการสร้างและทำลาย
- ภัยธรรมชาติ
สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญคือคุณควรจะทำคือการถามตัวเองว่า Big Cycle นี้กำลังเกิดขึ้นจริงไหม และตอนนี้เราอยู่ในจุดไหนแล้วของวัฏจักร และควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร?
มุมมองผู้เขียน : ไม่ว่าผลลัพธ์ของสงครามจะออกมาในรูปแบบไหน หน้าที่หลักของนักลงทุนอย่างเราคือต้องหาทางเอาตัวให้รอด ดังนั้นเราอาจต้องเลิกตื่นตระหนกกับข่าวรายวัน แต่มองภาพใหญ่ให้กว้างเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการใช้ชีวิตรับมือกับความผันผวนนี้
