bitkub-banner

เงิน USDT ทะลักเข้า Binance กว่า $2.2 พันล้าน มากสุดในรอบ 4 เดือน สัญญาณซื้อกลับมาแล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Binance รับเงิน USDT ไหลเข้าสุทธิกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 มี.ค. 2569 มากที่สุดในรอบเดียวนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2568
  • ข้อมูลจาก CryptoQuant โดย Amr Taha ชี้ว่าสัญญาณนี้หมายถึงสภาพคล่องกลับมาสู่ตลาดหลังเงินไหลออกหลายเดือน
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับ Bitcoin ที่ซื้อขายอยู่ราว 74,012 ดอลลาร์ โดยทำจุดสูงสุดในวันที่ 74,837 ดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การไหลเข้าของ USDT จำนวนมากขนาดนี้บ่งชี้ว่านักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มเจ้ามือและสถาบัน กำลังเตรียมเงินพร้อมซื้อสินทรัพย์คริปโตอย่างจริงจัง สภาพคล่องที่กลับมาหลังจากหายไปหลายเดือนเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจช่วยหนุนราคา Bitcoin และ altcoin ต่อไปได้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ on-chain อย่าง CryptoQuant พบว่า Binance รับเงิน Tether (USDT) ไหลเข้าสุทธิมากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 นักวิเคราะห์ Amr Taha จาก CryptoQuant เป็นผู้ชี้ให้เห็นข้อมูลนี้ โดยตีความว่าเป็นสัญญาณของการกลับมาของสภาพคล่องในตลาด หลังจากช่วงหลายเดือนที่เงินไหลออกจากกระดานเทรดอย่างต่อเนื่อง การไหลเข้าครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับ Bitcoin ที่ซื้อขายอยู่ที่ราว 74,012 ดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดในวันที่ 74,837 ดอลลาร์

กราฟแสดงการไหลเข้าและออกสุทธิของสินทรัพย์หลายประเภท (BTC, ETH, USDT, USDC) บน Binance พร้อมกับราคา BTC โดยมีแท่งสีเขียวขนาดใหญ่บ่งชี้ถึงการไหลเข้าของ USDT จำนวนมากในช่วงกลางเดือนมีนาคม
กราฟแสดงการไหลเข้าและออกสุทธิของสินทรัพย์หลายประเภท (BTC, ETH, USDT, USDC) บน Binance พร้อมกับราคา BTC โดยมีแท่งสีเขียวขนาดใหญ่บ่งชี้ถึงการไหลเข้าของ USDT จำนวนมากในช่วงกลางเดือนมีนาคม (ภาพจาก: @Cointelegraph)

สัญญาณอะไรที่ซ่อนอยู่ในตัวเลข 2.2 พันล้านดอลลาร์

การไหลเข้าของ stablecoin เข้ากระดานเทรดมีความหมายสำคัญในเชิงการวิเคราะห์ตลาด เนื่องจาก USDT ที่ฝากเข้า Binance หมายถึงเงินที่พร้อมนำไปซื้อสินทรัพย์คริปโตในทันที เมื่อตัวเลขนี้พุ่งขึ้นแบบนี้ในวันเดียว นักวิเคราะห์มักมองว่าเป็นสัญญาณว่ากลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่หรือสถาบันกำลังเตรียมพร้อมเปิดสถานะซื้อ

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2569 CryptoQuant เคยเตือนเกี่ยวกับ “แรงกดดันสภาพคล่องสุดขีดของ USDT” ที่คล้ายกับจุดต่ำสุดของตลาดในปี 2565 โดยเงินไหลเข้าสุทธิของ stablecoin ลดลงจากจุดสูงสุด 616 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เหลือเพียง 27 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าพลังซื้อในตลาดอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด การที่ตัวเลขกระโดดกลับมาที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เงินนี้มาจากไหน และจะไปที่ไหน

นักวิเคราะห์ในตลาดตีความว่าการไหลเข้าของ USDT ครั้งใหญ่นี้น่าจะมาจากกลุ่มเจ้ามือหรือสถาบันที่ต้องการเข้ามาช่วยรองรับแรงขายและหนุน Bitcoin ให้ยืนอยู่ในระดับราคาสูง ซึ่งสอดคล้องกับที่ Bitcoin สามารถรักษาระดับเหนือ 74,000 ดอลลาร์ได้ในวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ราวต้นเดือนมีนาคม 2569 ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่าการไหลเข้าของ Bitcoin เข้า Binance ส่วนใหญ่มาจากนักเทรดระยะสั้น ขณะที่เงินไหลเข้าของเจ้ามือในรูปแบบ BTC กลับลดลง ดังนั้นการกลับมาของ USDT ในปริมาณมหาศาลครั้งนี้จึงอาจสะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่หันมาถือ stablecoin รอจังหวะซื้อ แทนที่จะถือ BTC โดยตรง

บริบทตลาดที่ทำให้ตัวเลขนี้สำคัญมากขึ้น

การไหลเข้าของ USDT ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตโดยรวมมีสัญญาณฟื้นตัวหลายอย่างพร้อมกัน ทั้ง DeFi มีมูลค่าสินทรัพย์ล็อกอยู่ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงความชัดเจนทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้นหลัง ก.ล.ต. สหรัฐฯ และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโต

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CryptoQuant ชี้เป้าแนวต้านสำคัญ Bitcoin เตรียมรับแรงกระแทกที่ 75,000 ถึง 85,000 ดอลลาร์ ซึ่งสอดรับกับการที่เงินจำนวนมากกำลังเตรียมพร้อมเข้าตลาด ผลรวมของสัญญาณเหล่านี้ทำให้นักลงทุนหลายรายมองว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากขาลงสู่ขาขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 2.2 พันล้านดอลลาร์นี้น่าสนใจมากในแง่ของ “ความพร้อม” ของเงินในตลาด เหมือนกับคนกำลังยืนหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกระเป๋าสตางค์เต็ม แต่ยังไม่ได้กดประตูเข้าไปซื้อของจริงๆ คำถามสำคัญคือเงินก้อนนี้จะถูกนำไป deploy ในทิศทางไหน จะไปซื้อ Bitcoin ต่อที่แนวต้าน 75,000-85,000 ดอลลาร์ หรือจะกระจายไป altcoin ก็ยังไม่ชัดเจน สิ่งที่ควรจับตาคือถ้าตัวเลขเงินไหลเข้าสุทธิยังเป็นบวกต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า นั่นอาจเป็นสัญญาณยืนยันที่แข็งแกร่งมากขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วหาย ก็อาจเป็นแค่การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ระหว่างกระเป๋าของเจ้ามือรายใหญ่เพียงรายเดียวก็เป็นได้

ภาพจาก AI