สรุปข่าว
- TD Cowen ประเมินว่า ร่างกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ อาจไม่ผ่านการอนุมัติได้ทันช่วงหยุดเทศกาลอีสเตอร์ในเดือนมีนาคมนี้
- เดือนสิงหาคมจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการอนุมัติ หากพลาดอาจถูกเลื่อนไปหลังปี 2027
- สาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกฎหมายติดหล่มคือความขัดแย้งระหว่างสองอุตสาหกรรม และประเด็นด้านการเมือง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
TD Cowen คาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตหรือ CLARITY Act ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงที่จะถูกเลื่อนการพิจารณาออกไปยาวนานกว่าที่ตลาดหวังไว้ โดยอาจไม่เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ แต่อาจยืดเยื้อไปถึงเดือนสิงหาคม หรือข้ามไปถึงปี 2027 จากความขัดแย้งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ของฝั่งธนาคารและประเด็นทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในปลายปีนี้
TD Cowen ธนาคารเพื่อการลงทุนในสหรัฐฯ เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดว่ากฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตอาจถูกเลื่อนออกไปนานกว่าที่คาดไว้ ซึ่งอาจกินระยะเวลาไปจนถึงปีหน้า
พวกเขามองว่า กรอบระยะเวลาในการผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act สามารถขยายออกไปได้จนถึงช่วงพักสมัยประชุมสภาคองเกรสในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ทางธนาคารยังปฏิเสธความเห็นที่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะบรรลุข้อตกลงให้เสร็จสิ้นก่อนช่วงหยุดเทศกาลอีสเตอร์ ในปลายเดือนมีนาคม เพื่อให้ร่างกฎหมายนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
Jaret Seiberg กรรมการผู้จัดการของ TD Cowen’s Washington Research Group ยืนยันอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงจะไม่สามารถบรรลุได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ช่วงพักสมัยประชุมสภาคองเกรสในเทศกาลอีสเตอร์ไม่ได้มีความวิเศษหรือสำคัญอะไรขนาดนั้น งานต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินไปได้ทั้งในช่วงก่อนพักและหลังจากที่การพักสิ้นสุดลง
ทั้งนี้ Seiberg เสริมว่า กระบวนการทางนิติบัญญัติอาจทำได้ง่ายขึ้นในช่วงปลายปี หลังจากที่การเลือกตั้งขั้นต้นช่วงแรกสิ้นสุดลง ซึ่งจะทำให้สมาชิกสภามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการเจรจาต่อรอง
ปัจจุบัน ร่างกฎหมายคริปโตฉบับนี้ยังคงติดขัด เนื่องจากอุตสาหกรรมคริปโตและอุตสาหกรรมธนาคารยังไม่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ โดยฝั่งธนาคารกำลังผลักดันให้มีการสั่งห้ามจ่ายผลตอบแทนสำหรับ Stablecoin ที่ถือครองบนแพลตฟอร์มคริปโต
พวกเขากังวลเป็นอย่างยิ่งในเรื่องเงินฝากที่จะไหลออกจากระบบธนาคาร ในขณะที่ฝั่งเดโมแครตกำลังเรียกร้องให้มีข้อกำหนดด้านผลประโยชน์ทับซ้อนสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ซึ่งดูเหมือนว่าประธานาธิบดี Donald Trump จะคัดค้านประเด็นนี้และได้กล่าวหาว่าภาคธนาคารเป็นสาเหตุหลักในการฉุดรั้งอุตสาหกรรมคริปโต
Seiberg มองว่า การผ่านร่างกฎหมายในปีที่มีการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็ใช้ว่าจะทำไม่ได้ เพราะตอนนี้มีการคาดการณ์ว่าการเจรจาของสองฝั่งใกล้จะบรรลุข้อตกลงได้แล้ว ซึ่งจะมีการเสนอให้ระงับการจ่ายผลตอบแทนใน Stablecoin ที่ถูกทิ้งไว้เฉยๆ แต่จะมอบผลตอบแทนให้โดยอ้างอิงจากการทำธุรกรรมแทน
ทำไมถึงต้องเป็นสิงหาคม?
สำหรับทาง TD Cowen แล้ว กำหนดการเดียวที่สำคัญที่สุดคือช่วงพักสมัยประชุมเดือนสิงหาคม โดยช่วงพักดังกล่าวมีกำหนดเริ่มต้นในวันที่ 23 ก.ค. สำหรับสภาผู้แทนราษฎร และวันที่ 8 ส.ค. สำหรับวุฒิสภา
กำหนดการนี้หมายความว่า สภาคองเกรสจะกลับมาปฏิบัติงานเพียงแค่ 12 วันเท่านั้นในเดือน ก.ย. และ 2 วัน ในเดือนตุลาคม ซึ่งเพียงพอต่อการผ่านกฎหมายอนุมัติงบประมาณ และการพิจารณากฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เท่านั้นเท่านั้น ไม่มีเวลาเหลือในการอนุมัติกฎหมายคริปโตอีกแล้ว
Seiberg ระบุว่า ทางเลือกสุดท้ายที่มักใช้กันบ่อยๆ อย่างการผลักดันกฎหมายในช่วง รอยต่อหลังการเลือกตั้ง อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้ในครั้งนี้ เพราะกลยุทธ์ดังกล่าวจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ “ขั้วอำนาจ” ในวอชิงตันไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการเลือกตั้ง
เขาคาดว่าอย่างน้อยที่สุดในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร จะมีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคเดโมแครตหลังการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ซึ่งสถานการณ์นี้อาจทำให้พรรคเดโมแครตเลือกที่จะดึงเชิง และเลื่อนการพิจารณากฎหมายออกไปจนถึงปี 2027 เพื่อที่พวกเขาจะได้มีอำนาจในการต่อรองและกำหนดเนื้อหาในร่างกฎหมายได้มากขึ้น
สุดท้ายนี้ การไม่อนุมัติ CLARITY ในปี 2026 อาจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากต่อตลาดคริปโตเพราะทาง SEC ยังคงต้องดำเนินการกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ที่จำเป็นต่อวงการคริปโตต่อไป และบทเรียนที่ได้รับในตอนนี้อาจส่งผลให้เกิดการร่างกฎหมายที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นในอีกอนาคตข้างหน้า
ที่มา : The Block
มุมมองผู้เขียน : จากการวิเคราะห์ของทางธนาคารทำให้เราทราบได้ว่าหัวใจสำคัญของกฎหมายดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาในกฎหมายอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองชิ้นสำคัญระหว่างพรรคการเมืองที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภา
