bitkub-banner

QatarEnergy ประกาศหยุดส่ง LNG 5 ปี หลังอิหร่านถล่มโรงงาน กระทบอุปทานพลังงานโลกกว่า 20%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • QatarEnergy ประกาศ Force Majeure บนสัญญา LNG อย่างเป็นทางการ หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่คอมเพล็กซ์ Ras Laffan กระทบกำลังผลิตราว 17% ของการส่งออก LNG ทั้งหมดของกาตาร์
  • CEO ของ QatarEnergy ระบุว่าการซ่อมแซมอาจใช้เวลา 3-5 ปี ส่งผลให้ Force Majeure อาจมีผลยาวนานเท่ากัน ซึ่งคิดเป็นราวกว่า 20% ของอุปทาน LNG โลก ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน
  • วิกฤตนี้ส่งผลกระทบต่อผู้นำเข้า LNG รายใหญ่ ทั้งอินเดีย ปากีสถาน อิตาลี เบลเยียม เกาหลีใต้ และจีน โดยช่องแคบ Hormuz หยุดชะงัก ทำให้การส่งออกทั้งหมดของกาตาร์ได้รับผลกระทบ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

วิกฤตพลังงานระดับโลกที่เกิดจาก Force Majeure LNG นาน 5 ปี เป็นสัญญาณ risk-off ที่รุนแรงมาก นักลงทุนสถาบันจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเพื่อถือเงินสดและสินทรัพย์ปลอดภัย ยิ่งซ้ำเติมด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ทำให้แรงกดดันขาลงต่อตลาดคริปโตยังไม่มีท่าทีจบในเร็ว ๆ นี้

ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 QatarEnergy บริษัทพลังงานของรัฐกาตาร์ ได้ประกาศ Force Majeure บนสัญญาส่งมอบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างเป็นทางการ หลังจากกองทัพอิหร่านโจมตีคอมเพล็กซ์ Ras Laffan ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิต LNG ที่สำคัญที่สุดของกาตาร์ การโจมตีทำให้รถไฟ LNG 2 สายและโรงงาน gas-to-liquids 1 แห่งได้รับความเสียหาย กระทบกำลังการส่งออกราว 17% ของกาตาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 12.8 ล้านตันต่อปี ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie ชี้ว่าเท่ากับราวกว่า 20% ของอุปทาน LNG ทั่วโลก CEO ของ QatarEnergy นาย Saad al-Kaabi ระบุว่าการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอาจต้องใช้เวลา 3-5 ปี ทำให้ Force Majeure อาจมีผลบังคับใช้ในระยะเวลานานเท่ากัน

วิกฤตพลังงานโลก ราคาก๊าซยุโรปพุ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน

การโจมตีของอิหร่านต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของกาตาร์เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่กว้างขึ้นในภูมิภาค ซึ่งเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทวีความรุนแรงขึ้นในวันที่ 18-19 มีนาคม ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกรุนแรงมาก โดยราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้นถึง 52% ในช่วงต้นเดือนมีนาคม นับเป็นการขึ้นราคาครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 และในวันที่ 19 มีนาคมเพียงวันเดียว ราคาก๊าซยุโรปปรับตัวขึ้นอีกถึง 35% ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 10%

สาเหตุที่สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนคือช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักจากตะวันออกกลางสู่ตลาดโลก ได้หยุดการจราจรลง กระทบการส่งออก LNG ของกาตาร์ทั้งหมด ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดได้แก่อินเดีย ซึ่งนำเข้า LNG จากกาตาร์มากกว่า 40% ของการนำเข้าทั้งหมดในช่วงต้นปี 2569 และปากีสถาน ซึ่งพึ่งพา LNG จากกาตาร์เกือบทั้งหมดในปี 2568 นอกจากนี้สัญญาระยะยาวกับผู้ซื้อในอิตาลี เบลเยียม เกาหลีใต้ และจีน ก็อยู่ในความเสี่ยงจาก Force Majeure นี้เช่นกัน

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต ความกลัวลุกลามกดให้ BTC และ ETH ร่วงหนัก

ตลาดคริปโตไม่รอดพ้นแรงกระแทกจากวิกฤตครั้งนี้ ณ ค่ำวันที่ 19 มีนาคม 2569 ตามเวลาไทย Bitcoin ร่วงลงอยู่ที่ราว $69,412 ติดลบเกือบ 3% ใน 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum ก็ร่วงลงอยู่ที่ $2,122 ติดลบกว่า 3% เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ที่ปรับตัวลงพร้อมกันในลักษณะ risk-off เมื่อข่าววิกฤตพลังงานแพร่ออกไป

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า วิกฤตช่องแคบ Hormuz กดดันให้ราคาน้ำมันทะลุ $100 ต่อบาร์เรล และทำให้ Bitcoin ร่วงลง และยังมีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขอจัดสรรงบกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์เพื่อรับมือกับความขัดแย้งอิหร่าน ซึ่งล้วนสะท้อนว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสั่งคลอนตลาดการเงินโลกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เฟดคงดอกเบี้ยไม่ลดตามคาด ยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันต่อตลาดคริปโตเพิ่มเติม ทำให้ภาพรวมตลาดในขณะนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

บริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องจับตา การโจมตีตอบโต้ที่บานปลาย

การโจมตีของอิหร่านต่อ Ras Laffan ของกาตาร์เป็นการตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อโครงสร้างพื้นฐานก๊าซของอิหร่าน โดยเฉพาะแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งกาตาร์และอิหร่านใช้ร่วมกัน ความขัดแย้งที่ขยายวงออกไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในซาอุดีอาระเบีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางที่เป็นหัวใจของอุปทานพลังงานโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายสิบปี

ก่อนวิกฤตนี้ ตลาด LNG โลกในปี 2569 มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรวมราว 420 ล้านตันต่อปี โดยคาดว่าจะเกินอุปสงค์เล็กน้อย แต่การหายไปของ Force Majeure จากกาตาร์จะพลิกสมการนั้นอย่างสิ้นเชิง และกดดันให้ราคาพลังงานทั่วโลกสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกในระยะยาว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้หนักมากจริง ๆ Force Majeure LNG นาน 5 ปีจากกาตาร์ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่เป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบนี้ไม่ได้จบง่าย ๆ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือมันจะทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกขึ้นอีก และธนาคารกลางทั้งหลายก็จะกลับมาอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้งระหว่างการสู้กับเงินเฟ้อกับการพยุงเศรษฐกิจ สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งที่ต้องจับตาคือว่าความตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz จะคลี่คลายเร็วแค่ไหน เพราะถ้ายืดเยื้อออกไปอีก แรงกดดันขาลงต่อทุกสินทรัพย์เสี่ยงยังไม่น่าจะหยุด ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าตลาดจะฟื้นตัวได้ในเร็ว ๆ นี้

ภาพจาก AI