สรุปข่าว
- Morgan Stanley ยื่นแก้ไขเอกสาร S-1 ครั้งที่ 2 ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เตรียมดัน Morgan Stanley Bitcoin Trust เข้าเทรดในตลาด NYSE Arca ด้วยชื่อย่อ “MSBT”
- เตรียมประเดิม Seed Fund ที่ 1 ล้านดอลลาร์ โดยดึงตัวท็อปอย่าง Coinbase และ BNY Mellon มาช่วยดูแล
- แม้แบงก์ใหญ่จะลุยเอง แต่แรงซื้อ ETF ปัจจุบันกว่า 80% ยังมาจากนักลงทุนรายย่อยที่เทรดเอง ชี้ให้เห็นว่าเม็ดเงินฝั่งสถาบัน/ที่ปรึกษาทางการเงินยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกเพียบ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Morgan Stanley เดินหน้าลุยตลาดคริปโตเต็มตัว ยื่นแก้ไขเอกสาร S-1 รอบสองเตรียมคลอดสปอต Bitcoin ETF ของตัวเองในชื่อ “MSBT” พร้อมดึงตัวท็อปอย่าง BNY Mellon และ Coinbase มาช่วยคุมหลังบ้าน แม้ผู้บริหารจะยอมรับว่าเม็ดเงินฝั่งสถาบันจะยังเพิ่งเริ่มตั้งไข่ และวอลลุ่มกว่า 80% ปัจจุบันยังมาจากนักลงทุนรายย่อยที่ทำกาซื้อขายเอง แต่การที่ SEC เริ่มมีความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ก็ถือเป็นการทลายกำแพงข้อความกังวลเดิมๆ และปูทางให้ยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมตบเท้าเข้าสู่ตลาดนี้ได้สะดวกมากขึ้น
Morgan Stanley ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกยื่นแก้ไขเอกสารลงทะเบียน S-1 ต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (SEC) เป็นครั้งที่สอง เพื่อขอจัดตั้ง Spot Bitcoin ETF ของตัวเอง หากดีลนี้ผ่านฉลุย พวกเขาจะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นธนาคารรายใหญ่แห่งแรกของสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ออกและสนับสนุน Bitcoin ETF โดยตรง
การขยับตัวครั้งนี้ มาพร้อมกับรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นมาก ทั้งสัญลักษณ์การซื้อขาย การวางเงินทุนก้อนแรก และการจับมือกับพันธมิตรระดับท็อปเพื่อดูแลสินทรัพย์ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกการเงินดั้งเดิมกำลังเปิดประตูรับ Bitcoin อย่างเต็มรูปแบบ
เจาะลึกกองทุน “MSBT” ของ Morgan Stanley
การยื่นเอกสารรอบสองนี้ ทาง Morgan Stanley มีการเปิดเผยรายละเอียดหลายอย่างที่ชัดเจนขึ้น ตัวกองทุนจะใช้ชื่อว่า Morgan Stanley Bitcoin Trust หรือ “MSBT” และจะเข้าไปโลดแล่นอยู่ในตลาด NYSE Arca โดยมีการกำหนดขนาด Basket size ไว้ที่ 10,000 หุ้น และ Initial seed basket จำนวน 50,000 หุ้น ซึ่งคิดเป็นเงินเริ่มต้นของกองทุนประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ ความน่าสนใจคือพวกเขาแอบกระซิบว่าได้ทำการทดลองซื้อหุ้น ETF นี้ไปแล้ว 2 หุ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อใช้ในการเตรียมความพร้อมเรื่องการทำบัญชี
ธนาคารใหญ่ดึง BNY Mellon กับ Coinbase มาร่วมดูแล
เรื่องความปลอดภัยและระบบจัดการหลังบ้านก็หายห่วง เพราะ Morgan Stanley วางตัวผู้เล่นระดับท็อปมาช่วยดูแล โดยมอบหมายให้ BNY Mellon มารับจบเรื่องเงินสด การบริหารจัดการ และเป็นตัวแทนโอนหุ้น ในขณะที่ฝั่งคริปโตได้ Coinbase มารับหน้าที่เป็นนายหน้าหลัก (Prime broker) คอยเก็บรักษาคีย์และตัว Bitcoin ของกองทุน
ถึงแบงก์ใหญ่จะออกตัวแรงเบอร์นี้ แต่ Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคาร ก็ยอมรับแบบตรงๆ ในงาน DC Blockchain Summit ว่า การปรับตัวของฝั่งสถาบันยังอยู่ในช่วง “ตั้งไข่” หรือเพิ่งจะเริ่มคลำทางเท่านั้น ตอนนี้วอลลุ่มเทรด ETF บนแพลตฟอร์มกว่า 80% ยังมาจากฝีมือนักลงทุนรายย่อยที่ตัดสินใจซื้อขายเองมากกว่าพอร์ตที่มอบหมายให้ที่ปรึกษาการเงินเป็นคนดูแลให้
ในขณะเดียวกัน Rachael Lucas นักวิเคราะห์จาก BTC Markets มองว่า อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้หน่วยงานควบคุมกฎของกองทุนต่างๆ ไม่กล้าแตะคริปโตมาตลอดก็คือ ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ แต่พอ SEC เริ่มมีท่าทีชัดเจนขึ้นว่าคริปโตส่วนใหญ่ “ไม่ใช่หลักทรัพย์” ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทันที
มุมมองผู้เขียน: การเดินหมากของ Morgan Stanley ในครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่แค่การทำตามกระแสธรรมดา และสัดส่วนนักลงทุนสถาบันยังน้อยอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล แต่คือโอกาสมากกว่า เพราะมันแปลว่าเม็ดเงินก้อนใหญ่จากโลกการลงทุนแบบดั้งเดิมยังไม่ได้ไหลเข้ามาเต็มที่ หากกองทุน MSBT ได้รับการอนุมัติและที่ปรึกษาทางการเงินเริ่มจัดสรรพอร์ตแค่ 1-2% มาลงใน Bitcoin ETF เราคงได้เห็นแรงซื้อระดับมหาศาลที่ดันตลาดให้เติบโตอย่างยั่งยืนแน่นอน
ที่มา: The Block
