bitkub-banner

‘ปีเตอร์ ชิฟฟ์’ ฉลองวันเกิด 63 ปี แอบหวังพึ่งเทคโนโลยี AI ยืดอายุขัยถึง 163 ปี!

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วันเกิดปีทอง (Golden Birthday): ปีเตอร์ ชิฟฟ์ (Peter Schiff) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ฉลองวันเกิดอายุครบ 63 ปี ในปี 2026 ซึ่งไปตรงกับปีเกิดของเขาคือปี 1963 พอดี
  • มุกตลกถึง AI: กูรูผู้รักทองคำและเกลียดคริปโต ทวีตข้อความติดตลกว่า เขาอาจจะมีโอกาสฉลองเลขเบิ้ลแบบนี้อีกครั้งตอนอายุ 163 ปี (ในปี 2126) หาก AI สามารถช่วยยืดอายุขัยมนุษย์ได้จริง
  • อุตสาหกรรมชะลอวัยโตกระฉูด: แม้จะเป็นมุกตลก แต่อุตสาหกรรม Longevity (การยืดอายุขัย) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังบูมจัด โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดพุ่งถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท) ภายในปีนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ทวีตนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำหรือคริปโตโดยตรง แต่เป็นตัวชี้วัด “Sentiment เชิงบวก” ที่แสดงให้เห็นว่าเมกะเทรนด์อย่าง AI กำลังได้รับการยอมรับจากนักลงทุนรุ่นเก่าสาย Hardcore ซึ่งเป็นผลดีในระยะยาวต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Stocks) และสตาร์ทอัปด้านการแพทย์ชะลอวัย (HealthTech & Longevity) ที่มีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (Smart Money) จากกลุ่มทุนแบบดั้งเดิมได้มากขึ้นในอนาคต

ความบังเอิญแห่งศตวรรษ: 63 ในปี ’63

ท่ามกลางความตึงเครียดของตลาดการเงินโลก ปีเตอร์ ชิฟฟ์ (@PeterSchiff) นักเศรษฐศาสตร์สายเก๋าที่เคยสร้างชื่อจากการทำนายวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ได้ออกมาทวีตข้อความสุดผ่อนคลายเพื่อฉลองวันเกิดของตัวเอง

ความพิเศษของปีนี้คือ เขาอายุครบ 63 ปี ซึ่งไปตรงกับปีเกิดของเขาพอดีคือปี 1963 (ปัจจุบันคือปี 2026) ปรากฏการณ์ตัวเลขบรรจบกันแบบนี้มักจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิตมนุษย์ทั่วไป

เมื่อกูรูสายอนุรักษ์นิยม แอบหวังพึ่งเทคโนโลยีล้ำยุค

ปกติแล้ว ชิฟฟ์มักจะเป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้สนับสนุนทองคำ (Gold Bug)” และมักจะวิพากษ์วิจารณ์สินทรัพย์ยุคใหม่อย่าง Bitcoin อย่างรุนแรง แต่ในทวีตนี้ เขาได้หยิบยกเรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเล่นมุกอย่างอารมณ์ดี

เขาระบุว่า “ถ้า AI สามารถยืดอายุขัยของมนุษย์ได้ บางทีเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ผมแค่ต้องอยู่ให้ถึงอายุ 163 ปี!” ซึ่งหมายถึงการรอฉลองในปี 2126 นั่นเอง

ความเป็นจริงของ AI กับอุตสาหกรรมยืดอายุขัย (Longevity Industry)

มุกตลกของชิฟฟ์ไม่ได้เกินจริงไปซะทีเดียว ปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์และ AI กำลังผสานรวมกันจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมชะลอวัย (Longevity Industry) ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าจะมีมูลค่าตลาดแตะ 50,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.75 ล้านล้านบาท) ในปี 2026

บริษัทสตาร์ทอัปหลายแห่งกำลังใช้ Machine Learning เพื่อถอดรหัสยีนที่เกี่ยวข้องกับความชราภาพ และสร้างแอปพลิเคชันพยากรณ์สุขภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องโน้ตไว้ว่าความสำเร็จส่วนใหญ่ ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองในสัตว์ (Animal Trials) และยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าจะสามารถยืดอายุขัยมนุษย์ไปถึงระดับ 150-160 ปีได้ในเร็วๆ นี้

แหล่งอ้างอิง: @PeterSchiff


การที่บุคคลระดับปีเตอร์ ชิฟฟ์ ออกมาพูดถึงศักยภาพของ AI (แม้จะเป็นเชิงหยอกล้อ) สะท้อนให้เห็นว่ากระแสของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้เจาะทะลุกำแพงของนักลงทุนสายดั้งเดิม (Traditional Investors) ไปเรียบร้อยแล้ว

ในขณะที่ทองคำอาจเป็นสินทรัพย์ที่เขาใช้เพื่อ “รักษามูลค่าความมั่งคั่ง” แต่ในท้ายที่สุด AI อาจเป็นเครื่องมือที่มนุษยชาติใช้เพื่อ “รักษาสิ่งที่มีค่าที่สุด” นั่นก็คือ ‘เวลา’