สรุปข่าว
- แหล่งข่าวอาวุโสจากอิหร่านเปิดเผยกับ CNN ว่ามีการ “ส่งสัญญาณ” ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายริเริ่มก่อน
- อิหร่านระบุว่าพร้อมรับฟัง “ข้อเสนอที่ยั่งยืน” เพื่อยุติสงคราม โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและยืนยันสิทธิด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ แต่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธว่ายังไม่มีการเจรจาโดยตรง
- ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเลื่อนแผนโจมตีทางทหารต่ออิหร่านออกไป 5 วัน อ้างว่ามีความคืบหน้าในการพูดคุย แต่ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับจุดยืนทางการของอิหร่าน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
สัญญาณการทูตที่ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดโดยรวม เพราะลดความเสี่ยงด้านราคาพลังงานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงสัญญาณเบื้องต้น ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม ผลต่อตลาดจึงมีจำกัดในระยะสั้น
แหล่งข่าวอาวุโสจากอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าว CNN เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ว่าได้มีการ “ส่งสัญญาณ” ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านแล้ว “ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา” โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งสะท้อนถึงความคืบหน้าทางการทูตที่น่าจับตา แม้ว่าจะยังไม่ถึงระดับ “การเจรจาเต็มรูปแบบ” ก็ตาม อิหร่านระบุว่าพร้อมรับฟัง “ข้อเสนอที่ยั่งยืน” เพื่อยุติความขัดแย้ง โดยการสื่อสารดังกล่าวถ่ายทอดผ่านตัวกลางหลายประเทศ ได้แก่ ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และโอมาน
เงื่อนไขอิหร่านและจุดยืนที่ขัดแย้งกับสหรัฐฯ
แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านระบุเงื่อนไขสำหรับการบรรลุข้อตกลงไว้ชัดเจน ประกอบด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดที่กระทบต่อประชาชนอิหร่าน พร้อมยืนยันสิทธิในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ ขณะที่อิหร่านพร้อมให้หลักประกันว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ อิหร่านระบุว่าไม่ได้ขอการพบปะหรือการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ แต่ “พร้อมรับฟัง” หากมีแผนที่เป็นรูปธรรม
จุดสำคัญที่ต้องระมัดระวังคือความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย โดยประธานาธิบดีทรัมป์แถลงว่ามี “การพูดคุยที่ดีและสร้างสรรค์” กับอิหร่าน รวมถึงอ้างถึง “ข้อตกลง 15 ประการ” และระบุว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุ “ข้อตกลงสำคัญ” หลายประการแล้ว และประกาศเลื่อนแผนโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน นายเอสมาอิล บาเกอี ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่ายังไม่มีการเจรจาโดยตรงใดๆ ระหว่างสองประเทศตลอด 24 วันของสงคราม โดยยืนยันว่าข้อความที่ได้รับจากวอชิงตันผ่านมาทาง “ประเทศที่เป็นมิตร” เท่านั้น
นัยต่อตลาดพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
แม้ว่าสัญญาณการทูตครั้งนี้จะยังเป็นเพียงขั้นเบื้องต้น แต่ก็ถือเป็นพัฒนาการที่มีนัยสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายอิหร่านยอมรับต่อสาธารณะว่ามีการสื่อสารกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริง ในบริบทที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงดำเนินอยู่ การส่งสัญญาณใดๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของการยุติสงครามย่อมส่งผลบวกต่อราคาพลังงานโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกยังคงอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านสั่งระงับการผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับสหรัฐฯ และ เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จผ่านการทูตอิหร่านและโอมาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของโอมานในฐานะตัวกลางที่สำคัญ สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่าโอมานเป็นหนึ่งในช่องทางการสื่อสารระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ยังมีรายงานก่อนหน้าเกี่ยวกับ การหยุดส่งออกก๊าซธรรมชาติของอิหร่านไปยังตุรกี หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัญญาณครั้งนี้น่าสนใจมากกว่าที่ตัวเลขบอก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อิหร่าน “ยอมรับ” ต่อสาธารณะว่ามีการสื่อสารกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริง แม้จะย้ำว่าผ่านตัวกลางเท่านั้น สิ่งที่น่าจับตาคือความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่ทรัมป์พูด (บรรลุข้อตกลงสำคัญหลายข้อ) กับสิ่งที่อิหร่านยืนยัน (ยังไม่มีการเจรจาโดยตรง) ช่องว่างตรงนี้บอกว่าเส้นทางสู่สันติภาพยังยาวไกล และอาจเกิดการพลิกผันได้ตลอด สิ่งที่ต้องติดตามคือท่าทีของอิหร่านต่อ “ข้อเสนอ 15 ประการ” ของทรัมป์ ถ้าอิหร่านเริ่มตอบรับแม้แค่บางส่วน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตลาดโลกรับรู้ได้
เครดิตภาพจาก @WarMoni_tor
