bitkub-banner

BMO แบงก์ท็อป 5 ของแคนาดาผนึก Google Cloud และ CME เปิดตัวระบบเปลี่ยนเงินฝากเป็นโทเคน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BMO เป็นธนาคารรายแรกที่ใช้โซลูชัน Tokenized Cash ของ CME Group บนระบบ Google Cloud Universal Ledger (GCUL)
  • ปลดล็อกช่วงเวลาการเคลื่อนย้ายเงินเพื่อวางหลักประกัน (Margin) และชำระดุล (Settlement) ได้ 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรอเวลาทำการของธนาคาร
  • วางรากฐานการแปลงเงินฝากเป็น “โทเคน” หรือสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อใช้ในธุรกรรม B2B และการเงินแบบตั้งโปรแกรม

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish 

BMO ธนาคารยักษ์ใหญ่แคนาดาจับมือ CME Group และ Google Cloud พลิกโฉมการเงินระดับสถาบันด้วยการเปิดตัวระบบ “โทเคนเงินฝากและเงินสด” บนบล็อกเชนเป็นรายแรก นวัตกรรมนี้จะมาทลายข้อจำกัดด้านเวลาทำการธนาคารแบบดั้งเดิม ช่วยให้ธุรกิจ B2B สามารถโอนเงิน วางหลักประกัน และชำระดุลได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล คาดว่าจะเริ่มใช้งานช่วงครึ่งหลังของปี 2026 

BMO Financial Group ธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของแคนาดาประกาศความร่วมมือกับ CME Group และ Google Cloud เพื่อเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ทางด้าน เงินฝากและเงินสดในรูปแบบโทเคนบนบล็อกเชน

BMO ถือเป็นธนาคารแห่งแรกที่นำเสนอโซลูชั่นเงินโทเคนสดบนระบบ Google Cloud Universal Ledger (GCUL) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกรรมมูลค่าสูงของสถาบันการเงินโดยเฉพาะ

หัวใจสำคัญของการพัฒนานี้ มุ่งเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพของตลาดทุนผ่านการชำระดุลที่สามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันโดยไม่มีวันหยุด ซึ่งระบบเดิมมักประสบปัญหาคอขวดจากเวลาทำการของธนาคารและเขตเวลาที่แตกต่างกัน 

การนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มาแปลงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจะช่วยให้ลูกค้าสถาบันสามารถเคลื่อนย้ายมูลค่าเพื่อใช้เป็นหลักประกันหรือชำระภาระผูกพันทางการเงินได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ช่วยลดช่องว่างด้านเงินทุนและลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

นอกจากนี้ BMO ยังวางรากฐานไปสู่การให้บริการเงินฝากในรูปแบบ Tokenized Deposits ซึ่งจะเปลี่ยนนิยามของเงินฝากธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ 

ขีดความสามารถนี้จะช่วยให้กลุ่มลูกค้าธุรกิจสามารถบริหารจัดการเงินสดและการชำระเงินแบบ B2B ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยี Smart Contracts เพื่อกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานด้วยตนเองและเพิ่มความโปร่งใสในระบบการเงินระดับองค์กร

ทางด้านผู้บริหารของ BMO, CME Group และ Google Cloud ต่างมีความเห็นตรงกันว่า การร่วมมือครั้งนี้เป็นการตอบรับต่อความต้องการของโลกการเงินที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การซื้อขายที่ต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง 

โดยระบบดังกล่าว มีกำหนดการจะเริ่มเปิดให้บริการแก่บริษัทบริการทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ทั้งนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากโครงการนี้สำเร็จจะถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการสินทรัพย์ดิจิทัล


มุมมองผู้เขียน: เรากำลังเห็นการทลายกำแพงด้านเวลาของระบบธนาคารแบบดั้งเดิม เมื่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนระดับสถาบันไม่ต้องขึ้นอยู่กับ ‘เวลาทำการ’ อีกต่อไป ประสิทธิภาพการบริหารเงินสดที่จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวนี้ จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่บีบให้ยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ ทั่วโลกต้องเร่งพัฒนาโปรเจกต์ในระดับเดียวกันออกมาเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน 

ที่มา: prnewswire