สรุปข่าว
- Paul Atkins ประธาน SEC ยืนยันการเข้าร่วมงาน Digital Asset Summit เพื่อพูดคุยและแสดงวิสัยทัศน์หลังจากเพิ่งมีการออกเกณฑ์จัดระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกา
- SEC เพิ่งออกเอกสาร Token taxonomy เพื่อแยกแยะประเภทสินทรัพย์ที่เข้าข่ายหลักทรัพย์อย่างชัดเจนโดยระบุให้ Stablecoins และ Digital collectibles รอดพ้นจากการถูกจัดเป็นหลักทรัพย์
- ท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแลรวมถึงแผนการออกกฎ Safe harbor สำหรับสตาร์ทอัพคริปโตถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยลดความกังวลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่หน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงของสหรัฐอเมริกาเริ่มมีท่าทีประนีประนอมและให้ความชัดเจนในการแบ่งแยกประเภทสินทรัพย์ถือเป็นการปลดล็อกความกังวลชิ้นใหญ่ของตลาด ซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันที่เคยลังเลให้กล้าเข้ามาลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น
Paul Atkins ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาหรือ SEC ได้ทวีตยืนยันการเข้าร่วมงาน Digital Asset Summit หรือ DAS ที่กำลังดำเนินอยู่ การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ SEC เพิ่งออกคำแนะนำครั้งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการจัดประเภทสินทรัพย์คริปโตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง Atkins ยกย่องให้เป็นสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์สำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในอเมริกา
Atkins เปิดเผยความตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นบรรยายในงาน DAS โดยระบุว่าเขารู้สึกยินดีที่จะได้พูดคุยหลังจากสัปดาห์ที่สำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ประธาน SEC จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์และร่วมพูดคุยแบบ Fireside chat ภายในงาน ซึ่งเขาได้เชิญชวนให้ชุมชนคริปโตติดตามการบรรยายของเขาในเวลา 11.55 น. ตามเวลาตะวันออก การปรากฏตัวของประธาน SEC ในงานนี้เป็นการตอกย้ำถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เป็นมิตรมากขึ้น โดยหน่วยงานกำกับดูแลเลือกที่จะก้าวเข้าสู่เวทีของอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แทนที่จะมุ่งเน้นแต่แนวทางการบังคับใช้กฎหมายและลงโทษเพียงอย่างเดียว
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา SEC ได้ออกเอกสาร Token taxonomy ที่วงการคริปโตรอคอยมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจำแนกประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ คำแนะนำดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่า Payment stablecoins รวมถึง Digital collectibles และ Digital commodities ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังให้ความกระจ่างเกี่ยวกับวิธีที่กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางจะนำมาบังคับใช้กับ Protocol mining การ Staking และการแจก Airdrops อีกด้วย
อุตสาหกรรมคริปโตแสวงหาความชัดเจนมาอย่างยาวนานว่าสินทรัพย์ใดบ้างที่ถือเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งมักจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบมากกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ โดย SEC อธิบายในคำแนะนำว่าสินทรัพย์คริปโตที่ไม่ใช่หลักทรัพย์อาจหยุดการเป็นสัญญาการลงทุนภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ได้เมื่อผู้ออกเหรียญได้ปฏิบัติตามหรือล้มเหลวในการทำตามคำรับรองหรือคำสัญญาที่ให้ไว้ นอกจากนี้ประธาน SEC ยังกล่าวด้วยว่าทางหน่วยงานเตรียมจะออกกฎระเบียบเพื่อเสนอโครงการ Safe harbor สำหรับให้สตาร์ทอัพสามารถเปิดตัวบริษัทคริปโตได้อย่างปลอดภัยในเร็วๆ นี้
ที่มา: X
การขยับตัวของ SEC ในยุคของ Paul Atkins ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากสำหรับวงการคริปโตในสหรัฐอเมริกา การยอมออก Token taxonomy เพื่อบอกให้ชัดเจนว่าอะไรคือหลักทรัพย์และอะไรไม่ใช่หลักทรัพย์ ถือเป็นการปลดล็อกพันธนาการที่ฉุดรั้งตลาดมานานหลายปี โดยเฉพาะการประกาศให้ Stablecoins และผลตอบแทนจากการ Staking มีความชัดเจนทางกฎหมายมากขึ้น ยิ่งการที่ประธาน SEC ลงมาร่วมงานพูดคุยแบบเป็นกันเองในงาน DAS ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่ายุคของการไล่ฟ้องร้องแบบเหวี่ยงแหกำลังจะจบลงแล้ว เตรียมจับตาดูเม็ดเงินมหาศาลจากฝั่งสถาบันที่จะไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่งได้เลยเมื่อกฎระเบียบทุกอย่างชัดเจนและปลอดภัยสำหรับนักลงทุน
