bitkub-banner

OpenAI ประกาศปิดตัว Sora พร้อมยุติดีลหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Disney

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บริษัท OpenAI ได้ตัดสินใจยุติการให้บริการแอปพลิเคชันสร้างวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่าง Sora ลงหลังจากเปิดตัวมาได้ไม่ถึงสองปีแม้จะเคยสร้างกระแสฮือฮาในการสร้างคลิปวิดีโอที่สมจริงจากคำสั่งข้อความสั้น
  • การตัดสินใจปิดตัวแอปพลิเคชันในครั้งนี้ส่งผลให้ข้อตกลงการเป็นพันธมิตรด้านเนื้อหามูลค่ากว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงอย่าง Disney ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
  • ผู้บริหารของ OpenAI ระบุว่าบริษัทต้องการปรับเปลี่ยนทิศทางไปมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบปัญญาประดิษฐ์แบบ Agentic ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติซึ่งเป็นแนวทางที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ชัดเจนกว่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การประกาศยุติบทบาทในตลาดแอปพลิเคชันสร้างวิดีโอของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง OpenAI ถือเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานที่อาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและราคาคริปโตเคอร์เรนซี แต่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างรายได้จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ในระยะยาว

OpenAI ได้ทำการปิดตัวแอปพลิเคชันสร้างวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ใช้ชื่อว่า Sora ลงอย่างเป็นทางการหลังจากที่เปิดตัวมาได้ไม่ถึงสองปีและเคยเป็นที่กล่าวขานถึงความสามารถในการสร้างคลิปวิดีโอที่สมจริงจากคำสั่งเพียงไม่กี่คำ ในขณะเดียวกันสื่อรายงานว่าบริษัทจะยุติข้อตกลงความร่วมมือด้านเนื้อหามูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงอย่าง Disney ลงด้วยเช่นกัน

ทาง OpenAI ได้ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทได้ยุติการพัฒนา Sora เพื่อนำทรัพยากรไปมุ่งเน้นที่การพัฒนาด้านอื่นๆ แทน เช่น เทคโนโลยีวิทยาการหุ่นยนต์ที่จะช่วยผู้คนแก้ไขปัญหาและการทำงานทางกายภาพในโลกความเป็นจริง โฆษกของบริษัท The Walt Disney Company ระบุว่าพวกเขาเคารพการตัดสินใจของ OpenAI ที่จะถอนตัวออกจากธุรกิจการสร้างวิดีโอและเปลี่ยนลำดับความสำคัญไปยังเรื่องอื่น โดยทาง Disney จะเดินหน้าเจรจากับแพลตฟอร์ม AI อื่นเพื่อหาวิธีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานอย่างรับผิดชอบโดยไม่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

การปิดตัวลงในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชัน Sora สำหรับผู้บริโภคทั่วไปและแพลตฟอร์มบนเว็บที่กลุ่มมืออาชีพใช้เพื่อสร้างวิดีโอ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทจะไม่มุ่งเน้นไปที่เครื่องมือสร้างวิดีโออีกต่อไป แต่จะตั้งเป้าหมายไปที่การสร้าง AI ขั้นสูงรูปแบบอื่น รวมถึงเทคโนโลยีแบบ Agentic ที่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ด้วยตนเองโดยอาศัยการกำกับดูแลจากมนุษย์เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้บริษัทวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้สอน AI ในการสร้างวิดีโอสมจริงไปประยุกต์ใช้กับการฝึกอบรมหุ่นยนต์ โดยเครื่องมือสร้างรูปภาพบน ChatGPT จะไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของ Sora แต่อย่างใด

ปัญหาหลักที่นำมาสู่การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความคุ้มค่าและรูปแบบการทำเงิน นับตั้งแต่เปิดตัวแพลตฟอร์ม Sora สามารถทำรายได้สุทธิทั่วโลกจากในแอปพลิเคชันเพียง 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับรายได้ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเดียวกันของ ChatGPT ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่าแพลตฟอร์มนี้กลายเป็นหลุมดำที่สูบกลืนทรัพยากรและมีความสามารถในการทำกำไรที่จำกัด นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังประสบปัญหาในการป้องกันการสร้างภาพที่ไม่ได้รับความยินยอมและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สมจริง รวมถึงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่

การเปลี่ยนผ่านนโยบายของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OpenAI สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มให้ความสำคัญกับผลกำไรที่จับต้องได้มากกว่ากระแสความนิยมชั่วคราว สำหรับตลาดในประเทศไทย การลดบทบาทในอุตสาหกรรมวิดีโอของ AI อาจส่งผลให้สตาร์ทอัพที่พัฒนาผลิตภัณฑ์บนเทคโนโลยีดังกล่าวต้องประเมินรูปแบบธุรกิจของตนเองใหม่

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการตัดสินใจลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวิดีโอในครั้งนี้อาจเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งจะเปลี่ยน OpenAI ให้กลายเป็นบริษัทมหาชนที่สามารถซื้อขายหุ้นได้ในตลาดเปิด ท่ามกลางแรงกดดันจากนักลงทุนและคู่แข่งที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทจึงจำเป็นต้องตัดลดรายจ่ายในส่วนที่ความสนใจเริ่มลดลง นอกจากนี้ความตกลงกับ Disney ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสร้างวิดีโอจากตัวละครลิขสิทธิ์ก็ต้องยุติลงก่อนที่จะมีการจ่ายเงินจริงเกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้สื่อหลายฝ่ายเคยกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ AI เข้ามาแทนที่บุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิง

ที่มา: bbc


ดูเหมือนว่าฟองสบู่ของการใช้ AI สร้างวิดีโอแบบฉาบฉวยกำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบแห่งความเป็นจริงแล้วครับ การที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ยอมถอยทัพและทิ้งดีลระดับพันล้านกับ Disney แสดงให้เห็นชัดเจนว่าต้นทุนในการประมวลผลข้อมูลวิดีโอระดับสูงนั้นมหาศาลจนไม่คุ้มค่ากับรายได้ที่เก็บจากผู้ใช้งานรายย่อย ประกอบกับปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ที่เป็นเหมือนระเบิดเวลา การหันหัวเรือไปลุยตลาด AI ที่ทำงานแบบอัตโนมัติหรือ Agentic AI เพื่อป้อนให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ดูจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า และน่าจะดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากสถาบันการเงินได้ดีกว่าการมัวแต่ทำแอปพลิเคชันให้คนสร้างคลิปวิดีโอเล่นอย่างแน่นอนครับ