สรุปข่าว
- เงินคริปโตไหลออกจากเกาหลีใต้ไปยังกระดานเทรดต่างประเทศและกระเป๋าส่วนตัวรวมกว่า $60,000 ล้าน (90 ล้านล้านวอน) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เพิ่มขึ้น 14% จากครึ่งแรกของปีเดียวกัน
- สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบในประเทศที่อนุญาตเฉพาะการเทรดแบบ Spot ทำให้นักลงทุนมองหาผลิตภัณฑ์ครบวงจรกว่าอย่างฟิวเจอร์และอนุพันธ์จากต่างประเทศ
- รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มออกมาตรการตอบโต้ เช่น อนุญาตบริษัทจดทะเบียนลงทุนในคริปโตได้ และเตรียมผลักดัน Stablecoin สกุลวอน เพื่อดึงเงินทุนให้กลับประเทศ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การไหลออกของเงินทุนขนาดใหญ่จากตลาดคริปโตเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีปริมาณซื้อขายสูงที่สุดในโลก สะท้อนแรงกดดันจากกฎระเบียบที่เข้มงวดและความต้องการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายกว่า ส่งผลให้กระดานเทรดท้องถิ่นสูญเสียสภาพคล่องและกำไรลดลง แม้จำนวนผู้ใช้งานในประเทศยังเพิ่มขึ้นก็ตาม
สำนักงานคณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (FSC) รายงานว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 มีเงินคริปโตไหลออกจากกระดานเทรดในประเทศไปยังกระดานเทรดต่างประเทศและกระเป๋าเงินส่วนตัวรวมกว่า $60,000 ล้าน หรือประมาณ 90 ล้านล้านวอน ตามรายงานจาก Cointelegraph ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2025 ที่มีเงินไหลออกราว $52,500 ล้าน และเมื่อนับรวมทั้งปี 2025 เงินทุนคริปโตของนักลงทุนเกาหลีใต้ที่ไหลออกสู่กระดานเทรดต่างประเทศรวมสูงถึงราว $110,000 ล้าน ถึง $115,300 ล้าน ตามการประเมินของ Tiger Research และ CoinGecko
ทำไมนักลงทุนเกาหลีใต้ถึงย้ายเงินออกนอกประเทศ
สาเหตุหลักที่ทำให้เงินไหลออกอย่างต่อเนื่อง มาจากกฎระเบียบภายในประเทศที่จำกัดให้กระดานเทรดท้องถิ่นให้บริการเฉพาะการซื้อขายแบบ Spot เท่านั้น ในขณะที่กระดานเทรดต่างประเทศนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่า ทั้งฟิวเจอร์แบบมีเลเวอเรจและเครื่องมืออนุพันธ์ต่าง ๆ ซึ่ง FSC ระบุว่าการโอนเงินส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน และมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอาร์บิทราจ นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองหาโอกาสในการเข้าถึงสินทรัพย์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีในกระดานเทรดในประเทศ
ผลกระทบต่อกระดานเทรดท้องถิ่นค่อนข้างชัดเจน โดยกำไรรวมของ 18 กระดานเทรดคริปโตในเกาหลีใต้ลดลงถึง 38% เหลือเพียงราว $253 ล้าน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 และมูลค่าตลาดคริปโตรวมในประเทศ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ประมาณ $58,000 ล้าน ลดลง 8% จากช่วงครึ่งแรกของปี อย่างไรก็ตาม จำนวนบัญชีผู้ใช้บนกระดานเทรดในประเทศยังคงเพิ่มขึ้น 3% แตะ 11.1 ล้านบัญชี และเงินฝากของลูกค้าพุ่งขึ้น 31% มาอยู่ที่ราว $5,400 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสนใจในคริปโตยังคงสูง แต่เงินลงทุนจริงไหลออกนอกประเทศ
รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งออกนโยบายดึงเงินกลับประเทศ
รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มตระหนักถึงปัญหาเงินทุนไหลออก และออกมาตรการหลายชุดเพื่อแก้ไข ในเดือนมกราคม 2026 FSC ได้ประกาศแนวทางยกเลิกการห้ามบริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนสถาบันลงทุนในคริปโต ซึ่งเป็นการแบนที่ใช้บังคับมานานถึง 9 ปี โดยอนุญาตให้จัดสรรสินทรัพย์ดิจิทัลได้สูงสุด 5% ของส่วนของผู้ถือหุ้นต่อปี นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมผลักดันกรอบกฎหมาย Stablecoin ที่ผูกกับสกุลเงินวอน เพื่อสร้างทางเลือกให้นักลงทุนอยู่ในระบบภายในประเทศ
ในด้านภาษี พรรค People Power Party ที่ปกครองประเทศเสนอให้ยกเลิกภาษีกำไรจากคริปโตทั้งหมด หลังจากที่แผนเก็บภาษีดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปหลายครั้งด้วยความกังวลเรื่องเงินทุนไหลออก ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า คนเกาหลีใต้ 1 ใน 4 เป็นเจ้าของคริปโตแล้ว และส่วนใหญ่มุ่งหวังกำไรระยะสั้น ซึ่งยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การเทรดที่ครบครันกว่าที่ตลาดในประเทศจะให้ได้ในปัจจุบัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข $60,000 ล้านที่ไหลออกในครึ่งปีเดียวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย มันบอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่นักลงทุนต้องการจริง ๆ นั่นก็คือผลิตภัณฑ์ครบวงจร ทั้งฟิวเจอร์ อนุพันธ์ และการเข้าถึงเหรียญใหม่ ๆ ก่อนใคร ซึ่งกระดานเทรดในประเทศยังให้ไม่ได้ เรื่องนี้น่าสนใจในแง่ที่ว่า ถ้ารัฐบาลเกาหลีใต้แก้ปัญหาได้จริง ทั้งเรื่องเปิดทางให้บริษัทลงทุนและออก Stablecoin วอน ก็อาจเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประเทศอื่น ๆ รวมถึงไทยได้เรียนรู้ว่า ถ้าออกกฎระเบียบที่เข้มเกินไปโดยไม่สมดุล เงินก็หนีออกนอกประเทศอยู่ดี จุดที่ต้องจับตาต่อไปคือว่า FSC จะสามารถดึงเงินทุนกลับมาได้มากแค่ไหนหลังเปิดทางให้สถาบันลงทุนในปี 2026 นี้
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
