bitkub-banner

สถิติอาชญากรรมคริปโตพุ่ง 500%-TRM Labs เปิดตัวผู้ช่วย AI ตรวจสอบเส้นทางเงิน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • TRM Labs เตรียมปล่อยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่ระบบเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสืบสวนและติดตามอาชญากรในโลกคริปโตเคอร์เรนซี
  • ผู้ช่วย AI รุ่นใหม่นี้เปิดให้เจ้าหน้าที่สามารถพิมพ์คำสั่งด้วยภาษาทั่วไปเพื่อค้นหาเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงลึกด้านเทคนิค
  • ข้อมูลระบุว่ามูลค่าการทำธุรกรรมคริปโตที่ผิดกฎหมายในปีที่ผ่านมาสูงถึง 1.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของคดีหลอกลวงที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือกว่า 500 เปอร์เซ็นต์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยปราบปรามอาชญากรรมบนบล็อกเชนถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่จะช่วยสร้างความโปร่งใสและเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนระดับสถาบันกลับคืนมา แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาเหรียญใดเหรียญหนึ่งโดยตรงในระยะสั้น แต่ภาพลักษณ์ที่ปลอดภัยขึ้นจะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเตรียมนำตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agents) มาปรับใช้ตั้งแต่วันพุธนี้ ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ที่ให้บริการโดย TRM Labs ซึ่งได้เพิ่มฟีเจอร์ผู้ช่วย AI ใหม่ล่าสุดเพื่อช่วยให้นักสืบสวนสามารถใช้ภาษาทั่วไปในการกำหนดขอบเขตการค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ผู้ช่วยในการสืบสวนตัวใหม่นี้ถูกฝังอยู่ในบริการ TRM Forensics ซึ่งขยายขอบเขตการให้บริการครอบคลุมทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ธุรกิจคริปโต และสถาบันการเงิน โดยทาง TRM ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ว่าระบบนี้สามารถแปลงคำสั่งภาษาธรรมชาติให้กลายเป็นการดำเนินการสืบสวนที่ซับซ้อนได้ ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูข้อมูลเกี่ยวกับการไหลเวียนของเงินทุนได้โดยไม่จำเป็นต้องป้อนคำสั่งทางเทคนิคขั้นสูง ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในกระบวนการไล่ล่าผู้ไม่หวังดีที่มีเวลาเป็นเงื่อนไขสำคัญ

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแห่งนี้เปิดเผยตัวเลขที่ระบุว่า ปริมาณการทำธุรกรรมคริปโตที่ผิดกฎหมายในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 1.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางด้าน Ari Redbord หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกิจการรัฐบาลของ TRM กล่าวว่า สิ่งที่เราพบเห็นในทุกวันนี้คือจำนวนคดีที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนเจ้าพนักงาน และนักสืบสวนกำลังถูกเรียกร้องให้ทำงานข้ามบล็อกเชน เขตอำนาจศาล และรูปแบบคดีที่หลากหลายในเวลาเดียวกัน

เขามองว่าการมีเครื่องมือ AI อยู่เคียงข้างนักสืบสวนจะช่วยรับมือกับการพุ่งทะยานของการฉ้อโกงและมิจฉาชีพที่ใช้เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือ ซึ่งข้อมูลของ TRM ชี้ให้เห็นว่าสถิติดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 500 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากกลุ่มอาชญากรหันมาใช้ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยี Deepfake และเครื่องมือ AI เพื่อขยายขนาดการหลอกลวงด้วยความเร็วและความแม่นยำในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำหรับภาพรวมในประเทศไทย ปัญหาอาชญากรรมและมิจฉาชีพในโลกคริปโตเคอร์เรนซียังคงเป็นความท้าทายหลักที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งรับมือ การนำเครื่องมือ AI ขั้นสูงระดับโลกเข้ามาช่วยแกะรอยเส้นทางการเงินอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้กระดานเทรดชั้นนำในประเทศอย่าง Bitkub สามารถคัดกรองธุรกรรมต้องสงสัยและช่วยป้องกันการฟอกเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หากภาครัฐสามารถติดตามเส้นทางของเงินทุนที่ผิดกฎหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จะส่งผลดีต่อการประเมินและจัดเก็บภาษีคริปโต รวมถึงการปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากการสูญเสียทรัพย์สินที่ถูกแปลงเป็นเงินบาท (THB) ก่อนที่จะถูกโอนออกนอกประเทศ

ที่มา: trmlabs


ข่าวนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI ต้องต่อสู้กับ AI อย่างเต็มรูปแบบครับ ฝั่งมิจฉาชีพก็พยายามใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาสร้าง Deepfake หลอกคนให้หลงเชื่อเนียนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนฝั่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องอัปเกรดเครื่องมือตามให้ทัน การที่ TRM Labs พัฒนาระบบให้ตำรวจพิมพ์ถามเป็นภาษาปกติได้เลยว่า “เงินก้อนนี้ไหลไปกระเป๋าไหน” ถือเป็นการทลายกำแพงความรู้ด้านเทคนิคบล็อกเชนที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญในการสืบสวนมาตลอด ยิ่งกวาดล้างพวกมิจฉาชีพได้เร็วและเด็ดขาดเท่าไหร่ ตลาดคริปโตก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือและสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาได้มากขึ้นเท่านั้นครับ