สรุปข่าว
- Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้น NYSE ประกาศเสร็จสิ้นการลงทุนเงินสด $600 ล้านในแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์คริปโต Polymarket เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569
- การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของดีลใหญ่กว่า ซึ่ง ICE ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลงทุนสูงสุดถึง $2 พันล้าน ส่งผลให้มูลค่า Polymarket อยู่ที่ราว $9 พันล้านหลังได้รับเงิน
- ทั้งสองฝ่ายยังตกลงให้ ICE เป็นผู้จัดจำหน่ายข้อมูลเชิงเหตุการณ์ของ Polymarket ทั่วโลก และจะร่วมกันพัฒนาโครงการ Tokenization ในอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่สถาบันการเงินระดับ Wall Street อย่าง ICE เดินหน้าลงทุนใน Polymarket ซึ่งทำงานบน Polygon blockchain ส่งสัญญาณว่า TradFi เริ่มยอมรับโครงสร้างพื้นฐานคริปโตอย่างจริงจัง นอกจากนี้การร่วมมือด้าน Tokenization ยังอาจเปิดประตูสู่โครงการใหม่บน blockchain อีกหลายตัวในอนาคต แม้ผลกระทบต่อราคาเหรียญหลักในระยะสั้นจะยังจำกัด
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk บริษัท Intercontinental Exchange (ICE) ผู้เป็นบริษัทแม่ของตลาดหุ้น New York Stock Exchange (NYSE) ประกาศเสร็จสิ้นการลงทุนเงินสดมูลค่า $600 ล้านในแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์เหตุการณ์ Polymarket ซึ่งดำเนินการบน blockchain เครือข่าย Polygon การลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนรวมสูงสุด $2 พันล้านที่ ICE ประกาศไว้ก่อนหน้า และทำให้มูลค่าของ Polymarket หลังรับเงินอยู่ที่ประมาณ $9 พันล้าน โดย Jeffrey C. Sprecher ประธานและซีอีโอของ ICE กล่าวว่าดีลครั้งนี้ถือเป็นการผสานรวมมรดกของ ICE ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2335 เข้ากับ Polymarket บริษัทที่กำลังเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในโลก DeFi
Wall Street เดิมพันกับตลาดพยากรณ์เหตุการณ์
Polymarket ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 โดย Shayne Coplan ซีอีโอของบริษัท แพลตฟอร์มนี้ให้ผู้ใช้ซื้อขายส่วนแบ่งที่สะท้อนความน่าจะเป็นของผลลัพธ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลกจริง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง กีฬา หรือตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ โดยใช้สกุลเงิน USDC บน blockchain ของ Polygon และอาศัย smart contract บนเครือข่าย Ethereum เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัย รูปแบบนี้แตกต่างจากบ้านพนันทั่วไป เพราะ Polymarket ไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ผู้ใช้ซื้อขายกันโดยตรง โดยราคาจะขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด
ส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้ ICE จะเป็นผู้จัดจำหน่ายข้อมูลเชิงเหตุการณ์ของ Polymarket ให้กับลูกค้าทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินและนักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลความเชื่อมั่นจากตลาดพยากรณ์ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังตกลงจะร่วมกันพัฒนาโครงการ Tokenization ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งอาจเปิดทางให้สินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามาผสมรวมกับโครงสร้างพื้นฐาน blockchain มากขึ้น
เส้นทางขรุขระสู่การยอมรับจาก Wall Street
กว่า Polymarket จะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในเดือนม.ค. 2565 คณะกรรมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) เคยสั่งปรับ Polymarket เป็นเงิน $1.4 ล้าน และออกคำสั่งให้หยุดดำเนินการ เนื่องจากให้บริการแพลตฟอร์มอนุพันธ์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ทำให้ Polymarket ต้องบล็อกผู้ใช้ชาวอเมริกันออกไปจนถึงเดือนธ.ค. 2568 จากนั้นในเดือนก.ค. 2568 Polymarket ได้ซื้อกิจการ QCEX กระดานเทรดอนุพันธ์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก CFTC ในราคา $112 ล้าน เพื่อเปิดทางกลับสู่ตลาดสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย จนกระทั่ง CFTC ออกหนังสือ “no-action letter” ให้ในช่วงต้นเดือนก.ย. 2568
ในแง่ของนักลงทุนชื่อดัง ในเดือนพ.ค. 2567 Polymarket ระดมทุนได้ $70 ล้าน โดยมีนักลงทุนที่น่าสนใจอย่าง Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และ Founders Fund กองทุน VC ของ Peter Thiel เข้าร่วมด้วย ขณะที่ในช่วงปลายเดือนส.ค. 2568 Donald Trump Jr. ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทพร้อมกับการลงทุนจากกองทุน 1789 Capital ของเขาด้วย แม้ Polymarket จะได้รับการยอมรับจากสถาบันใหญ่มากขึ้น แต่หลายประเทศรวมถึงไทยยังคงบล็อกการเข้าถึงแพลตฟอร์ม เนื่องจากมองว่าการดำเนินการลักษณะนี้ใกล้เคียงกับการพนันที่ไม่ได้รับใบอนุญาต
ความสำคัญต่อวงการคริปโตและ DeFi
การที่ ICE ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สุดของตลาดทุนโลกยอมเดิมพันมูลค่าสูงถึง $2 พันล้านกับแพลตฟอร์มที่ทำงานบน blockchain ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Wall Street มองเห็นมูลค่าในโครงสร้าง DeFi และตลาดพยากรณ์เหตุการณ์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในแง่ของข้อมูลเชิงความเชื่อมั่นแบบเรียลไทม์ที่ตลาดพยากรณ์สามารถให้ได้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานเรื่อง เคธี วูด ดึงข้อมูลจาก Kalshi ช่วย ARK Invest ในการตัดสินใจลงทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นเทรนด์เดียวกันที่สถาบันการเงินเริ่มใช้ข้อมูลจากตลาดพยากรณ์ประกอบการตัดสินใจมากขึ้น ทั้ง Kalshi และ Polymarket กำลังแข่งกันดึงเม็ดเงินจากสถาบัน และดูเหมือนว่ากระแสนี้จะยังไม่หยุดง่าย ๆ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าดีลนี้น่าสนใจมากในเชิงโครงสร้าง เพราะ ICE ไม่ได้แค่ลงทุนเพื่อเก็งกำไร แต่ตั้งใจจะนำข้อมูลจาก Polymarket ไปขายให้ลูกค้าสถาบันของตนเอง นั่นหมายความว่าข้อมูลจากตลาด DeFi จะเริ่มไหลเข้าสู่ระบบการตัดสินใจของ Wall Street จริง ๆ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือโครงการ Tokenization ที่สองฝ่ายจะทำร่วมกัน ถ้าออกมาเป็นรูปเป็นร่างก็อาจเปิดโอกาสใหม่ให้กับวงการ DeFi ในวงกว้าง แต่ก็ต้องรอดูว่าปัญหาด้านกฎระเบียบในแต่ละประเทศจะเป็นอุปสรรคมากแค่ไหน โดยเฉพาะในเอเชียที่หลายประเทศรวมถึงไทยยังบล็อก Polymarket อยู่
ภาพจาก AI
