bitkub-banner

โทเคนในระบบ Bittensor พุ่งกว่า 100% หลัง Jensen Huang ชมโปรเจกต์ AI กระจายศูนย์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่ารวมของโทเคนในระบบ Bittensor ทะลุ 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยบางโทเคน Subnet พุ่งสูงสุดเกิน 170% ในรอบเดือน
  • Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA ชม Bittensor ใน All-In Podcast เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เปรียบว่าเป็น “Folding@home ยุคใหม่” หลังชุมชนเทรนโมเดล AI 7.2 หมื่นล้านพารามิเตอร์แบบกระจายศูนย์สำเร็จ
  • ราคา TAO อยู่ที่ราว $341.55 เพิ่มขึ้น 10.1% ใน 24 ชั่วโมง และพุ่งกว่า 100% ในรอบเดือน จับตาว่าโมเมนตัมนี้จะยืนได้นานแค่ไหน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่บุคคลระดับ Jensen Huang ออกมาชื่นชมโครงการโดยตรงถือเป็นสัญญาณบวกที่ทรงพลัง ดึงความสนใจจากนักลงทุนสายเทคและ AI เข้ามาในระบบนิเวศ Bittensor การรวมกันของกระแส AI และคริปโตในครั้งนี้อาจหนุนให้โทเคน TAO และ Subnet tokens ยังคงได้รับแรงซื้อต่อเนื่องในระยะสั้น

ตามรายงานจาก CoinDesk ณ วันที่ 25 มี.ค. 2569 มูลค่ารวมของโทเคนในระบบนิเวศ Bittensor พุ่งแตะเกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ โดยปรับขึ้นกว่า 30% ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ตามข้อมูลจาก CoinGecko และมีปริมาณการซื้อขายเกิน 118 ล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากการที่ Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA ออกมาชื่นชม Bittensor ใน All-In Podcast เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ส่งผลให้ราคาโทเคน TAO พุ่งขึ้นกว่า 20% ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการออกอากาศ และกลับมายืนเหนือระดับ $300 ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 ล่าสุด ณ วันที่ 29 มี.ค. 2569 ราคา TAO อยู่ที่ราว $341.55 เพิ่มขึ้น 10.1% ใน 24 ชั่วโมง คิดเป็น Market Cap รวมประมาณ 3.09 พันล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับที่ 33 ของตลาดคริปโต

Jensen Huang ชม Bittensor ว่าอะไร และทำไมถึงสำคัญ

ใน All-In Podcast Huang ตอบสนองต่อนักลงทุน Chamath Palihapitiya ที่ยกประเด็นความสำเร็จล่าสุดของ Bittensor โดยชุมชนนักพัฒนากว่า 70 รายร่วมกันเทรนโมเดลภาษา Covenant-72B ที่มีขนาด 7.2 หมื่นล้านพารามิเตอร์บน Subnet 3 (Templar) ด้วยวิธีกระจายศูนย์แบบไม่ต้องขออนุญาต โดยใช้เพียง GPU ทั่วไปและอินเทอร์เน็ตตามบ้าน ซึ่งผลการวิจัยถูกตีพิมพ์บน arXiv ในเดือน มี.ค. 2569 โมเดลนี้ถือเป็น Pre-training แบบกระจายศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา Huang เปรียบ Bittensor ว่าคล้าย “Folding@home ยุคใหม่” ซึ่งเป็นโครงการคำนวณแบบกระจายศูนย์ที่ใช้พลังประมวลผลส่วนเกินจากคอมพิวเตอร์ทั่วโลก คำพูดจากผู้นำบริษัทชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกส่งแรงกระเพื่อมทันทีในตลาด

โทเคน Subnet พุ่งแรง โครงสร้าง dTAO หนุนการเติบโต

โทเคนของแต่ละ Subnet ในระบบ Bittensor ต่างพุ่งแรงตามกระแส โดย Templar (SN3) โทเคนของ Subnet ที่เทรนโมเดล Covenant-72B บวกไปกว่า 171% ในรอบเดือน ขณะที่ Quasar (SN24) บวกราว 146% นอกจากนี้ Chutes (SN64) กลายเป็น Subnet แรกของ Bittensor ที่มีมูลค่าทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งที่ทำให้โทเคน Subnet มีความน่าสนใจมากขึ้นคือการเปิดตัว Dynamic TAO (dTAO) ในปี 2568 ซึ่งผูกมูลค่าโทเคนของแต่ละ Subnet เข้ากับปริมาณสำรอง TAO โดยตรง ทำให้โทเคน Subnet ทำหน้าที่คล้ายการเดิมพันแบบมี Leverage ต่อ TAO ผลคือเมื่อ TAO วิ่ง โทเคน Subnet มักวิ่งแรงกว่าหลายเท่าตัว

ในด้านปัจจัยพื้นฐาน Bittensor ผ่านการ Halving ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งลดการปล่อย TAO รายวันจาก 7,200 เหลือ 3,600 โทเคน เป็นการลดแรงกดดันด้านอุปทาน ในขณะที่ Grayscale ยื่นขอจดทะเบียน Spot TAO ETF ชื่อ GTAO ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อแปลงกองทุน Bittensor Trust ที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2567 ให้เป็น ETF บนตลาด NYSE Arca ซึ่งหากได้รับอนุมัติจะเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง TAO ได้สะดวกยิ่งขึ้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมากในแง่ที่เป็นจุดบรรจบกันของสองกระแสใหญ่คือ AI และ คริปโต การที่ Jensen Huang ซึ่งเป็นหน้าตาของอุตสาหกรรม AI ออกมาพูดถึงโครงการบล็อกเชนโดยตรงถือเป็นเรื่องหาได้ยากมาก และน่าจะดึงคนนอกวงการคริปโตเข้ามาสนใจ Bittensor ได้จริง อย่างไรก็ตามต้องระวังว่าการพุ่งของโทเคน Subnet ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกระแส Hype มากกว่าพื้นฐานทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้ชัดเจน สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือว่าโมเดล Covenant-72B จะนำไปใช้งานจริงได้อย่างไร และ Grayscale จะได้รับการอนุมัติ TAO ETF หรือไม่ ซึ่งสองปัจจัยนี้อาจเป็นตัวชี้ว่าโมเมนตัมรอบนี้จะยั่งยืนหรือแค่ฟองสบู่ระยะสั้น

เครดิตภาพจาก @Kush1075146